
คำว่ากรรม ไม่ได้เป็นที่เข้าใจในหมู่ศาสนาพุทธและฮินดูอย่างเดียวอีกต่อไป เมื่อโลกตะวันตกก็เข้าใจความหมายของคำว่ากรรม หรือ Karma ไม่มากก็น้อย ปรัชญาโหราศาสตร์ตั้งอยู่บน concept ของกรรม โดยเฉพาะในศาสตร์พระเวท ตำแหน่งของดวงดาวในดวงชะตาบ่งบอกถึงผลกรรมที่เกิดขึ้นในชาตินี้ ซึ่งผลจะดีหรือร้ายขึ้นอยู่กับการกระทำในอดีตชาติ
Sanchita Karma
กรรมที่รวบรวมมาจากหลายอดีตชาติ ในศาสนาฮินดูเรียกว่า Sanchita Karma ซึ่งคือตำแหน่งของดวงดาวและการทำมุมต่าง ๆ ในดวงกำเนิด เป็น Blueprint ของกรรมที่เจ้าชะตาจะได้รับหรือใช้ในชีวิตนี้ โดยมีวิธีสังเกตจากหลายปัจจัยในดวงชะตา ยกตัวอย่างเช่น
Prarabdha Karma
กรรมที่ได้รับหรือชดใช้ในชาตินี้ ในศาสนาฮินดูเรียกว่า Prarabdha Karma
ช่วงเวลาที่จะได้รับหรือใช้กรรม ขึ้นอยู่กับการโคจรของดาวไปอยู่ในเรือนต่าง ๆ (Planet Transits) ระยะเวลาที่โคจร (Grahas) เรือนที่ดาวนั้นเป็นตัวแทน (Karakas) ระยะเวลาที่ส่งผลหรือทศา (Dasas)
Kriyamana Karma
กรรมที่เกิดจากการกระทำในชาตินี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ให้เกิดได้ ในศาสนาฮินดูเรียกว่า Kriyamana Karma ซึ่งมีความคล้ายกับประเภท Adridha
ตัวควบคุมหรือบททดสอบของกรรมชนิดนี้ในชาตินี้คือ ดาวเสาร์ ซึ่งเป็นตัวแทนของเรือน 6,8,10,12 เกี่ยวกับงาน ศัตรู อุปสรรค การสูญเสีย
Agami Karma
กรรมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ที่เป็นผลพวงมาจากการกระทำในปัจจุบัน ในศาสนาฮินดูเรียกว่า Agami Karma ซึ่งส่วนใหญ่เกิดมาจากความต้องการบางอย่างที่ไม่ได้เติมเต็มในอดีตชาติ เช่น การเสพติดหรือคลั่งไคล้สิ่งต่าง ๆ ในโลกปัจจุบัน
ตัวแปรที่ทำให้เกิดการก่อกรรมในปัจจุบันคือ ราหูและเกตุ
Reading Example - ตัวอย่างการอ่าน

กรรมจากอดีตชาติ : เรือน 12 ราศีกุมภ์ ในอดีตอาจถูกจำกัดเสรีภาพ ในชาตินี้จึงใช้ชีวิตอิสระ แหกกฎเกณฑ์ มุทะลุได้ง่าย
กรรมที่ชดใช้ในชาตินี้ : เจ้าชะตามีมหาทศาปัจจุบันเป็นดาวพฤหัส ตัวแทนเรือน 2,5,9,11 จะได้รับหรือใช้กรรมที่เกี่ยวกับเรือนเหล่านี้เป็นพิเศษ ในช่วง 16 ปี หรือถ้าเลี่ยงการก่อกรรมในเรื่องเหล่านี้จะดีมาก
กรรมที่เกิดขึ้นได้ : เรือน 10 อาจเปลี่ยนงานบ่อย ไม่ค่อยอดทน ถ้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แล้วแชร์ความรู้แก่ผู้อื่น จะได้รับประโยชน์มาก
กรรมที่มีผลในอนาคต : ราหูเรือน 11 ราศีมังกร เสพติดความสำเร็จจนลืมชีวิตส่วนตัว ระวังความโดดเดี่ยวเดียวดาย