Introduction to
Vedic Astrology

ปรับและปูพื้นฐานโหราศาสตร์พระเวท

ศาสตร์พระเวท ใช้ระบบ Sidereal หรือนิรายนะ ซึ่งอ้างอิงจากกลุ่มดาวฤกษ์ (Star Constellation) และความเชื่อเรื่องการหมุนตัวของโลกที่ทำให้จุดเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิกับจุดเริ่มต้นดาวฤกษ์ราศีเมษเคลื่อนออกจากกันเรื่อย ๆ หรือประมาณ 1 องศาทุก ๆ 72 ปี ตามทฤษฎี Great Year และ Precession ของ Isaac Newton โดยลัคนาอยู่ในเรือนที่ 1 การทำนายยังคงใช้เฉพาะดาวในระบบสุริยะที่มองเห็นด้วยตาเปล่าเท่านั้น

เมื่อดาวตกอยู่ในเรือนหรือราศีใด ศาสตร์พระเวทจะวิเคราะห์ที่มาของดาว และความแข็งแกร่งขององศาดาวนั้นเป็นหลัก

โดยส่วนใหญ่จะใช้ศาสตร์พระเวทในการดูตัวตนที่แท้จริงของเจ้าชะตา ในอดีตชาติหรือในจิตใต้สำนึก เนื่องจากเรือนที่ 1 ในศาสตร์พระเวทมักจะอยู่หรือใกล้เรือน 12 ของศาสตร์ตะวันตก และใช้ทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแบบลงรายละเอียด จะให้ความแม่นยำมาก

Tropical vs. Sidereal

ศาสตร์ตะวันตก

  • ใช้ระบบ Tropical หรือสายนะ ซึ่งอ้างอิงฤดูกาล
  • นับวันที่ดวงอาทิตย์ตัดกับแนวศูนย์สูตรของโลกเป็นวันเริ่มแรก
  • วันที่ 21 มีนาคม ของทุกปีจะเริ่มต้นราศีเมษ
  • ใช้ระบบคำนวณเรือนแบบ time-based เช่น Placidus จะให้ความแม่นยำสูง เพราะศาสตร์ตะวันตกไม่ให้ความสำคัญกับการตีความเจ้าเรือนมากเหมือนศาสตร์พระเวท

ศาสตร์พระเวท

  • ใช้ระบบ Sidereal หรือนิรายนะ ซึ่งอ้างอิงจากกลุ่มดาวฤกษ์ และทฤษฎี Great Year หรือ Precession
  • มีระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิกับจุดเริ่มต้นดาวฤกษ์ราศีเมษที่เคลื่อนออกจากกันเรื่อย ๆ หรือ 1 องศา ทุก ๆ 72 ปี
  • ณ ปัจจุบัน วันที่ 14 เมษายน จะเริ่มต้นราศีเมษ
  • ใช้ระบบคำนวณเรือนแบบ Whole Sign จะให้ความแม่นยำสูง เพราะศาสตร์พระเวทให้ความสำคัญกับการตีความเจ้าเรือนราศี
  • มีระบบอัยนางศ์ให้เลือก เพื่อระบุระยะห่างเป็นองศาชัดเจน
สรุปความแตกต่างของแต่ละศาสตร์

เปรียบเทียบศาสตร์ตะวันตก กับศาสตร์พระเวท และศาสตร์ไทย 3 ศาสตร์ที่มีการศึกษาและใช้มากในประเทศไทย

Criteria
Western Astrology
Vedic Astrology
Thai Astrology
Criteria: เริ่มต้น
Western: 0° ราศีเมษ
Vedic: 24° หลังราศีเมษ
Thai: 24° หลังราศีเมษ
Criteria: ราศีเมษ
Western: 21 มีนาคม ทุกปี
Vedic: 14 เมษายน ประมาณ
Thai: 14 เมษายน ประมาณ
Criteria: ระบบราศี
Western: Tropical ฤดูกาล
Vedic: Sidereal ดาวฤกษ์
Thai: Sidereal ดาวฤกษ์
Criteria: ระบบเรือนที่นิยม
Western: Placidus ได้ทั้ง time-based & space-based
Vedic: Whole Sign นิยม space-based
Thai: Whole Sign
Criteria: ดาวที่ใช้
Western: ทุกดวงรวมวงนอก
Vedic: 7 ไม่รวมดาววงนอก
Thai: ทุกดวงรวมวงนอก
Criteria: โฟกัส
Western: อาทิตย์ จันทร์ ลัคนา ดาว เรือน ราศี จุดคำนวณ
Vedic: จันทร์ ลัคนา ดาว เรือน ดาวเจ้าเรือน ความแข็งแรงของดาว
Thai: ลัคนา ดาว เรือน ราศี ความแข็งแรงของดาว
Criteria: จุดประสงค์
Western: รู้จักตัวตน จิตใจ
Vedic: รู้จิตวิญญาณ ทำนาย
Thai: รู้ตัวตน ทำนาย ดูฤกษ์
Criteria: จุดเด่น
Western: เน้น AC,IC,DC,MC ราหูตรงข้ามเกตุ
Vedic: ไม่เน้น IC,MC ราหูตรงข้ามเกตุ
Thai: เกตุไม่อยู่ตรงข้ามราหูเสมอไป
ที่มาที่ไปของศาสตร์พระเวท

Key Timeline ของการพัฒนาศาสตร์พระเวท ดังนี้

Period
Evolution
Period: 300-1500 ปีก่อน คศ
Evolution: เริ่มใช้ดวงจันทร์ในการวิเคราะห์ทางดาราศาสตร์
Period: 1500-800 ปีก่อน คศ
Evolution: เริ่มระบบกลุ่มดาวฤกษ์ หรือนักษัตร
Period: 800-200 ปีก่อน คศ
Evolution: มีการศึกษาและสร้างระบบ Sidereal
Period: 200 ปีก่อน คศ - ศตวรรษที่ 2
Evolution: ได้รับอิทธิพลจากศาสตร์ตะวันตก (กรีก) ในการประยุกต์ใช้ 12 ราศี
Period: ศตวรรษที่ 2-6
Evolution: มีการศึกษาและเขียนคัมภีร์โหราศาสตร์
Period: ศตวรรษที่ 6-12
Evolution: นำการคำนวณดาราศาสตร์มาหาค่าอัยนางศ์และอื่น ๆ
Period: ศตวรรษที่ 12-18
Evolution: เริ่มพัฒนาในภาคตะวันออกของโลก ในส่วนของอินเดีย โดยได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมเปอร์เซีย
Period: ศตวรรษที่ 18 - ปัจจุบัน
Evolution: มีการพัฒนาก้าวหน้าของศาสตร์ ในส่วนของแบบแผนอัยนางศ์ และการเริ่มนำ Sidereal ประยุกต์ใช้ทั่วโลก
แขนงสำคัญของศาสตร์พระเวท

Muhurta (Electional Astrology)

เป็นแขนงที่ใช้ดูฤกษ์ยามโดยเฉพาะ และใช้บ่อยมากในศาสตร์พระเวท เพราะวัฒนธรรมอินเดีย ยังคงขับเคลื่อนด้วยความเชื่อในฤกษ์งามยามดี

Ayurveda Astrology

เป็นแขนงที่ศึกษาอายุรเวท มีการแบ่งกลุ่มราศีตามอายุรเวท เพื่อใช้ในการทำนายลักษณะทางกายภาพ บุคลิก โรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวข้องกับราศีนั้น ผลออกมาจะคล้ายการแบ่งกลุ่มราศีตามธาตุแต่มีความผสมผสานกว่า

KP System

พัฒนาโดยศาสตราจารย์ Krishnamurti Paddhati ถือเป็นศาสตร์พระเวทสมัยใหม่ เพราะมีการประยุกต์หลักการทางตะวันตก เช่นการใช้ระบบคำนวณเรือน Placidus แต่ยังคงความเป็นพระเวท เพราะโฟกัสที่กลุ่มดาวฤกษ์ นักษัตร มากกว่าราศี เป็นศาสตร์ที่น่าสนใจเพราะถูกออกแบบให้ใช้ตอบคำถามอย่างรวดเร็ว กระชับ เช่น Yes/No

และหลายศาสตร์ในโลกตะวันออก เช่นศาสตร์ไทย ก็มีการพัฒนามาจากรากฐานของศาสตร์พระเวท หรือ Sidereal

ลักษณะพิเศษของศาสตร์พระเวท
📊
Divisional Charts
มีการใช้ chart ตามจุดประสงค์หรือเฉพาะคำถาม ซึ่งรู้จักในชื่อ Divisional Charts มีจำนวนมากกว่า 16 charts ซึ่งบางดวงมีความละเอียดมาก เพราะแบ่งย่อยเป็นวินาที
การตั้งดวงไม่จำเป็นต้องใช้วงล้อจักรราศี
การขึ้นดวง ไม่จำเป็นต้องใช้วงล้อจักรราศี เพราะศาสตร์พระเวทไม่ได้ขึ้นอยู่กับราศีมากนัก อาจตั้งดวงในกรอบสี่เหลี่ยม หรือทำตารางแสดงผลการคำนวณเท่านั้น
⏱️
ระบบทศา (Dashas)
เป็นศาสตร์หลักที่มีการคำนวณทศา หรือช่วงเวลาของชีวิต โดยใช้หลักคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ และทำนายได้อย่างแม่นยำ
🕉️
จิตวิญญาณ กรรม และปรัชญาชีวิต
ศาสตร์พระเวทเน้นการวิเคราะห์จิตวิญญาณ กรรม ปรัชญาชีวิต จากดาวทั้ง 7 ส่วนราหูและเกตุ ช่วยให้ความลึกทางจิตวิทยา
🇮🇳
ความแตกต่างตามภูมิภาคอินเดีย
มักมีสไตล์การอ่านหรือเรื่องที่โฟกัสต่างกันตามภูมิภาคของอินเดีย ยกตัวอย่างเช่น ตอนใต้ของอินเดีย เน้นการดูนักษัตร ทศา และการแบ่งดวงแบบ D charts แต่ในอินเดียตอนเหนือ มักดูลัคนา การทำมุม ทศา เป็นหลัก
📜
ชื่อเรือนตามคัมภีร์
มีชื่อเรียกแต่ละเรือน ตามคัมภีร์ และบอกถึงหน้าที่ของแต่ละเรือนเป็นภาษาสันสกฤต ที่คุ้นเคยในศาสตร์ไทย เช่น ปัตนิ กรมมะ เพราะได้รับอิทธิพลมา
ไม่เน้น MC / IC
ไม่เน้นการอ่าน MC, IC เพราะเส้นทั้งสองคำนวณจากพื้นฐานของระบบ Tropical 0° ราศีเมษ และการเคลื่อนของดาวอาทิตย์ตามระนาบสุริยวิถี (ทำให้เกิดฤดูกาล) ซึ่งขัดกับหลักของ Sidereal ที่อยู่บนพื้นฐานของการเคลื่อนตัวของโลกออกจากดาวฤกษ์ราศีเมษ
🌍
ไม่มีจุดคำนวณจาก Equinox
ไม่มีจุดคำนวณที่อาศัย Equinox หรือเส้นแบ่งฤดูกาล เพราะเส้นดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของการคำนวณจุดต่าง ๆ ในระบบ Tropical ไม่ใช้กับ Sidereal
🪐
ดาวเคราะห์วงนอก (Uranus, Neptune)
ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Asteroids หรือ ดาวเคราะห์วงนอก เช่น ยูเรนัส เนปจูน มากนัก ถึงแม้ปัจจุบันศาสตร์พระเวทจะเริ่มมาสนใจดาวเคราะห์วงนอก แต่การใช้ยังไม่แพร่หลาย และจุดประสงค์ของศาสตร์คือการลดตัวแปรที่ทำให้เกิดความคลุมเคลือมากที่สุด การตีความสิ่งมากมายในดวง ทำให้เสี่ยงต่อความแม่นยำ
แหล่งขึ้นดวงและปฏิทินที่ใช้

เมื่อระบบตั้งลัคนา ดาว ราศี ต่างกันระหว่างศาสตร์ตะวันตกและพระเวท การเลือกปฏิทินก็มีส่วนสำคัญ เพราะการปรับศาสตร์ ต้องปรับโหมดปฏิทินเป็น Sidereal ด้วย

Reminder

Tropical : ใช้ Tropical Longitudes เริ่มที่ 0° ราศีเมษ

Sidereal : ใช้ Sidereal Longitudes เริ่มที่ 24° ราศีเมษ ณ ปัจจุบัน

Sidereal/Vedic Ephemeris

  • ปฏิทินรุ่นเก่า : Classical Hindu Panchanga
  • ปฏิทินรุ่นใหม่ : Lahiri, Raman, Swiss (Sidereal), KP ซึ่งระบุค่าอัยนางศ์ ดาวเคลื่อนที่ถอยหลัง และองศาที่ละเอียดเป็นวินาที
  • astro.com ถือเป็นต้นตำหรับการสร้าง Swiss Ephemeris ปรับโหมดเป็น Sidereal ใช้ค่าอัยนางศ์ Fagan/Bradley
  • astro-seek มีการขึ้นดวงแบบ Divisional Charts ครบ และใช้ อัยนางศ์แบบลาหิรี ซึ่งได้รับความนิยมสูง แต่การตั้งดวงในเว็ปไซต์ยังคงเป็นวงล้อจักรราศี ไม่เป็นแบบสี่เหลี่ยมที่นิยมในอินเดีย
  • astrology-demystified.com ใช้ Swiss Ephemeris ปรับโหมดเป็น Sidereal ใช้ค่าอัยนางศ์ Lahiri

บาง Charts ที่ไม่เป็นที่นิยมในหมู่กว้าง เช่น D900 Navamsa2 การเจาะลึกจิตวิญญาณ ไม่สามารถหาแหล่งขึ้นดวงฟรีได้ ซึ่งผู้ดูจำเป็นต้องตั้งดวงเอง หรือพึ่งผู้ที่เชี่ยวชาญมาก โดยการตั้งดวงเองนั้นอาศัยการแปรงข้อมูลจากดวงกำเนิด D1 Rasi Chart แล้วใช้การ coding เช่น Python ในการคำนวณ D900

มาตรฐานความแม่นยำในศาสตร์พระเวท
🎯

คุณภาพความแม่นยำวัดจาก

  • ความสมเหตุสมผลของทฤษฎีระบบคำนวณตั้งดวงชะตา
  • การใช้ chart หรือแขนง ที่เหมาะสมกับคำถาม สถานการณ์
  • ความแม่นยำของเวลาเกิด เพราะในหลาย charts มีการแบ่งย่อยเป็นวินาที
  • การเจอแบบแผนซ้ำกันในหลาย charts เป็นการย้ำความสม่ำเสมอ
  • ความสามารถในการวิเคราะห์และตีความดวงชะตาแบบสมเหตุสมผล (logical) โหราศาสตร์สามารถใช้ตรรกะในการอ่านดวงชะตาได้
⚠️

ความเสี่ยงต่อความไม่แม่นยำ

  • ทฤษฎีที่ใช้ในการวิเคราะห์ดวงชะตาไม่ได้อ้างอิงตามหลักดาราศาสตร์ แต่ใช้ได้ผลกับหลายกรณี เช่น Retrograde
  • การเลือกอัยนางศ์ผิด มีผลต่อการคลาดเคลื่อนของตำแหน่งดาว
  • การใช้ chart เดียว หรือการใช้ charts มากเกินไป จนสับสน
  • นักโหราศาสตร์สองคนอาจตีความดวงชะตาเดียวกันแตกต่างกันได้ เพราะการนำมุมมองส่วนบุคคล สัญชาตญาณ และความละเอียดอ่อนต่อสัญลักษณ์มาใช้ในการตีความ
ลำดับความสำคัญในศาสตร์พระเวท

Method การอ่านดวง เช่น D1 Rasi Chart มีหลายแบบ แต่สามารถดูเป็นลำดับความสำคัญ หรือเรื่องที่โฟกัสได้ตามนี้

Method
โฟกัสการอ่าน
Method: Basic
โฟกัสการอ่าน: การดูตำแหน่งลัคนา เรือนหลัก ความแข็งแกร่งของดาว
Method: Bhava
โฟกัสการอ่าน: ตำแหน่งและความแข็งแกร่งของดาวเจ้าเรือน
Method: Karaka
โฟกัสการอ่าน: ตำแหน่งและความแข็งแกร่งของดาวประจำตัว
Method: Nakshatra
โฟกัสการอ่าน: ตำแหน่งนักษัตรของลัคนาและดาวต่าง ๆ
Method: D Chart Link
โฟกัสการอ่าน: การดูร่วมกับ Divisional Charts อื่น ๆ
Method: Vargottama
โฟกัสการอ่าน: แบบแผนซ้ำกัน คือดาวอยู่ในราศีเดียวกันในหลาย charts
Method: Yogic
โฟกัสการอ่าน: ประเภทของการทำมุมของดวงดาว
Method: Dasa
โฟกัสการอ่าน: การดูอิทธิพลของดาวที่เป็นทศาในดวงกำเนิด
Method: Moon Chart
โฟกัสการอ่าน: อารมณ์ความรู้สึก สิ่งที่ผู้คนมองเห็นในเจ้าชะตา
Method: Alternate Lagnas
โฟกัสการอ่าน: การดูตัวตนโดยใช้ลัคนาแบบอื่น เช่น Karakamsha Lagna แนวโน้มจิตวิญญาณ, Arudha Lagna หน้ากากภายนอก, Bhava Lagna การเปลี่ยนตัวตนตามการโคจรของดาว
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับศาสตร์พระเวท

ความนิยมของศาสตร์พระเวท

ศาสตร์พระเวทเป็นที่นิยมน้อยกว่าศาสตร์ตะวันตก ในอดีตอาจปฏิเสธไม่ได้ว่าศาสตร์ตะวันตกได้รับความนิยมมากกว่า ด้วยสาเหตุเช่น การประชาสัมพันธ์โดยใช้ภาษาสากล การเชื่อมโยงกับจิตวิทยามากกว่า และการทำให้ศาสตร์ดูง่ายขึ้น แต่ในปัจจุบันคนในโลกตะวันตกหันมาสนใจศาสตร์พระเวทมากขึ้น เพราะคนเริ่มค้นหาศาสตร์ที่ให้ความแม่นยำมากขึ้น คลุมเคลือน้อยลง ต้องการศึกษาศาสตร์ที่อ้างอิงทฤษฎีลึกซึ้ง หรือแม้แต่ต้องการศึกษาศาสตร์ที่ไม่ดัดแปลงไปมากจากอดีต เพื่อรักษาความดั้งเดิมเอาไว้

📚

ศาสตร์พระเวทซับซ้อนเข้าใจยาก

การเรียนศาสตร์พระเวทอาจมีข้อจำกัดในเรื่องแหล่งความรู้ ที่อาจเป็นภาษาท้องถิ่นมากกว่า มีหลักการคำนวณที่ซับซ้อน และในอดีตมีความสัมพันธ์กับศาสนามากกว่ากับจิตวิทยา จึงอาจทำให้ยากต่อการเข้าใจ แต่ถ้าผู้เรียนเริ่มเข้าใจชีวิต ต้องการศึกษาจิตวิญญาณขั้นสูง ศาสตร์พระเวทอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดตัวหนึ่ง ที่ทำให้เข้าถึงจุดนี้ได้ (คนส่วนใหญ่ใช้เวลาค้นหาตนเองก่อน เป็นอันดับแรก เมื่อถึงจุดหนึ่งจึงค่อยศึกษาจิตวิญญาณ เป็นอันดับต่อไป)

🌍

ศาสตร์พระเวทตั้งอยู่บนพื้นฐานของดาวฤกษ์เท่านั้น?

หลายคนสงสัยว่าศาสตร์พระเวทเป็น star & sky based เท่านั้น เพราะไม่อ้างอิงกับฤดูกาลบนโลก แต่ที่จริงยังคงเป็น earth-based เช่นกัน เพราะยังต้องใช้ระนาบสุริยวิถีในการคำนวณลัคนา ใช้การหมุนตัวของโลกในการวิเคราะห์ดวงกลางวัน กลางคืน ใช้ละติจูดโลกในการหาความเร็วของการขึ้นของแต่ละราศี เป็นต้น

🎯

ศาสตร์พระเวทตรงไปตรงมา จึงไม่ค่อยแม่น?

อย่างที่ทราบกันดีว่าศาสตร์พระเวทมีความคลุมเคลือน้อยกว่าศาสตร์ตะวันตก เพราะมีการลดปริมาณสิ่งต่าง ๆ หรือลดตัวแปรในดวงเพื่อความสะดวกในการทำนาย และมีการสนับสนุนให้หาแบบแผนซ้ำกันในหลาย charts ระบบจึงค่อนข้างตรงไปตรงมา ถ้าทายผิดก็ผิดไปเลย ส่วนใหญ่ที่ทายผิด เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์เอง เพราะดวงต่าง ๆ มีการคำนวณทางคณิตศาสตร์อยู่เบื้องหลัง โอกาสผิดพลาดจึงมีน้อย ส่วนคนที่ใช้ Hybrid หรือศาสตร์ผสม ก็ควรตระหนักว่าสิ่งใดที่ผสมได้ หรือไม่ได้ เพราะถ้าผสมผิดพลาด การอ่านจะคลุมเคลือ ไม่กระจ่าง

>> BACK