
มาตรฐานความแข็งแกร่งของดาวในดวงชะตา อธิบายหลักการวัดพลังของดาวในโหราศาสตร์อย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น dignity ตำแหน่งในเรือน มุมสัมพันธ์ระหว่างดาว รวมถึงบริบทของดวงโดยรวม ดาวที่มีความแข็งแกร่งสูงมักแสดงพลังได้ชัดเจนและส่งผลต่อเหตุการณ์ในชีวิตได้มากกว่า ในขณะที่ดาวที่อ่อนกำลังอาจแสดงออกในรูปแบบที่ไม่เสถียรหรือแฝงอยู่ การเข้าใจมาตรฐานเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญของทั้งการตีความและการพยากรณ์ในโหราศาสตร์
Planetary Strength
ดวงดาวจะส่งอิทธิพลมากน้อยแค่ไหน หรือดีร้ายเพียงใดในดวงชะตา ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยตามข้างล่างนี้
ทั้งนี้ในการทำนาย ควรดูมาตรฐานตามข้างบนก่อนจะให้คำแนะนำกับเจ้าชะตา
Planetary Friendships & Enmities
ดาวที่อยู่ในราศีที่เจ้าราศีเป็นมิตร จะส่งพลังดีกลมกลืน เช่นดาวอาทิตย์มีคุณภาพมากในราศีเมษ เพราะดาวอังคารเจ้าราศีเป็นมิตร ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ ดาวที่เป็นมิตรกับดาวอื่น ไม่จำเป็นต้องได้รับความเป็นมิตรกลับมาจากดาวนั้นเสมอไป
Planetary Powers
คล้ายกับการดูความเป็นมิตร แต่เจาะจงมากขึ้น ว่าดาวให้พลังมากน้อยแค่ไหนเมื่อไปตกอยู่ในแต่ละราศี
Planet Degrees by Decanates
แต่ละราศี จะมีการแบ่งออกเป็น 3 เรือนเล็ก (3 x 10° องศา) ต้องดูว่าดาวที่อยู่ในราศีนั้น อยู่ภายในเจ้าเรือนเล็กใด ซึ่งจะรับอิทธิพลของเจ้าเรือนเล็กนั้นกลมกลืนไปด้วย
Planet Critical Degrees
แต่ละราศีจะมีองศาวิกฤติ ดาวเจ้าราศีจะส่งอิทธิพลดีหรือร้ายแรงต่อดาวที่อยู่ กว่าองศาทั่วไป
Planet Critical Degree Meaning
Planet Other Degrees
Planet Aspects
พลังของดวงดาวมีความสัมพันธ์กัน เราสามารถดูการทำมุมของดาวเพื่อแนะนำเจ้าชะตาว่าควรใช้พลังนั้นอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
Planet Aspect Meaning
Applying & Separating Aspects
การทำมุมขึ้นหรือลง - Applying & Separating Aspects ลักษณะการทำมุมแบบนี้ค่อนข้างสำคัญ เพื่อรู้ว่าพลังงานนั้นแข็งแรงขึ้นหรืออ่อนแรงลง
ยกตัวอย่างเช่น
โดยส่วนใหญ่พลังของดาวที่โคจรเร็วกว่าในดวงชะตาจะแข็งแรงกว่า (ใช้หลักการ Chaldean Order) ไม่ว่าจะทำมุมเสียหรือดี จากตัวอย่างข้างบน ดาวอาทิตย์จะมีอิทธิพลมากกว่าดาวเสาร์ถ้าเกิดมีการฉากขึ้นมา
Planet Aspects - Suggestions