What Is
Parapsychology?

รู้ทันก่อนเป็นเหยื่อของการใช้ Parapsychology
Parapsychology - ความหมาย

Parapsychology เป็นการศึกษาเรื่องลี้ลับทางจิต เช่นการสื่อสารทางจิต การมองเห็นอนาคต เรื่องลี้ลับ ชีวิตหลังความตาย ซี่งยังไม่มีการยอมรับทางวิทยาศาสตร์

แล้วสัมพันธ์กับโหราศาสตร์อย่างไร

จริง ๆ แล้ว parapsychology ไม่มีความสัมพันธ์กับโหราศาสตร์ แต่มีการใช้เทคนิคจิตวิทยา และ para-psychology ในการทำนายดวงชะตา ซึ่งบางครั้ง เรามองว่าเทคนิคเหล่านั้น อาจทำให้บิดเบือนหรือทำลายการศึกษาศาสตร์นั้น ๆ

เราจึงรวบรวมเทคนิคทางจิตวิทยา และ parapsychology ที่หลายท่านอาจจะเคยเจอ และแนะนำวิธีรับมือ

Parapsychology - เทคนิคต่าง ๆ
Cold Reading Technique

Cold Reading เป็นเทคนิคที่คนดูดวงใช้ จากการสังเกต ภาษากาย การแต่งกาย เพศ การศึกษา การพูดจา พื้นเพถิ่นกำเนิด ของผู้ที่ขอคำปรึกษา แล้วจึงเสี่ยงทำนายออกมาจากข้อมูลเหล่านี้ โดยยังไม่ทราบข้อมูลเชิงลึกของบุคคลนั้น ๆ

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ดูลายมือ เห็นเล็บของผู้ที่มาปรึกษามีสีน้ำมันเปื้อนอยู่เล็กน้อย ก็จะเสี่ยงทายว่าคนนั้นเป็นศิลปิน หรือนักวาดภาพ เป็นต้น

วิธีรับมือ : ไม่แสดงท่าทียอมรับคำทายในตอนเริ่มต้น เงียบไว้ก่อน เพราะการตอบโต้ จะทำให้ผู้ทายหาทิศทางในการทายต่อไปได้ถูก

Shotgunning Technique

Shotgunning เป็นเทคนิคที่มาจาก Cold Reading ซึ่งผู้ทายจะเสี่ยงทายในมุมกว้างสุดในช่วงแรกเพื่อดูว่าถูกกับใครบ้าง แล้วค่อยทำนายแคบลงมาเรื่อย ๆ เป็นวิธีที่เรียกความสนใจได้มากโดยเฉพาะใน Social Media

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ทายตั้งหัวข้อโพสต์เกี่ยวกับราศีที่มีโอกาสได้เงินฟรี ซึ่งในความเป็นจริง อย่างน้อยต้องมีคนหนึ่งในนั้นที่ได้เงินมาโดยไม่ต้องทำงาน ได้จากครอบครัวเป็นต้น

วิธีรับมือ : รับฟังและไต่ตรองดูว่าคำทำนายเหล่านั้น เจาะจงมากแค่ไหน หรือดูไว้เพื่อความบันเทิงเท่านั้น

Barnum Effect (Forer Effect)

Barnum Effect คือการที่คนเข้าใจว่าการทำนายนั้น ๆ เจาะจงกับตัวเอง หรือการพยายามตีความคำทำนายเพื่อให้ประยุกต์ได้กับตัวเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ คำทำนายจะค่อนข้างยาว เพื่อให้ครอบคลุมลักษณะของคนให้มากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ทาย ทายว่าช่วงนี้ราศีนี้จะมีความสับสนในชีวิต มีความกังวลกับสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะเรื่องความเป็นอยู่ statement นี้ถือเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป ที่ต้องมีช่วงเวลาที่สับสน ทุกคนไม่ได้มีจิตใจผ่องใสตลอดเวลา เพราะต้องเผชิญสิ่งที่คาดเดาไม่ได้อยู่ทุกวัน

วิธีรับมือ : วิเคราะห์ดวงของตัวเองเป็นหลัก แล้วรับฟังการทำนายทั่วไป เช่นดวงรายวัน รายเดือน รายปี เป็นแค่ reference หรือความบันเทิง

Rainbow Ruse Technique

Rainbow Ruse คือการทำนายทั้งบุคลิกภาพส่วนตัวที่เฉพาะเจาะจง และลักษณะตรงกันข้าม ไปพร้อม ๆ กัน โดยวิธีนี้ ผู้ทำนายจะสามารถครอบคลุมความเป็นไปได้ทั้งหมด เทคนิคนี้มักใช้ได้ผลเพราะว่า บุคลิกของคนไม่สามารถวัดเป็นตัวเลขได้

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ทำนาย ทายว่าเจ้าชะตาเป็นคนใจเย็น แต่ก็หงุดหงิดได้ถ้ามีคนมาจุ้นจ้านมากเกินไป statement นี้เป็นการให้คุณลักษณะดีในตอนแรก และให้ข้อเสียในตอนหลัง นอกจากนั้นยังให้ความหมายกว้าง เพราะคนเรามีแนวโน้มไม่พอใจอยู่แล้ว ถ้ามีคนมาล่วงเกินความเป็นส่วนตัว

วิธีรับมือ : คล้ายกับ Barnum Effect คือรับฟังได้ แต่ควรวิเคราะห์ดวงของตัวเองเป็นหลัก

Hot Reading Technique

Hot Reading คือการที่ผู้ทำนายมีข้อมูลของผู้ขอคำปรึกษาอยู่แล้ว อาจเคยรู้จักกันมาก่อน หรือมีข้อมูลบางส่วนอยู่แล้ว ซึ่งสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการศึกษา ค้นคว้าก่อนการทำนาย

ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ผู้ทำนายรู้ว่าเจ้าชะตาชอบทานของทอด จึงทำนายความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน

วิธีรับมือ : ปรึกษาเฉพาะเรื่อง และไต่ตรองว่าการทำนายเป็นไปในวงกว้างหรือไม่ บางเรื่องอาจปรึกษากับผู้อื่น หรือศึกษาด้วยตนเอง

ทำอย่างไรเมื่อเกิดความสับสนในชีวิต

ทุกคนต้องมีช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตที่สับสน แม้แต่ในแต่ละวัน ความสับสนเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่ผลกระทบอาจมากน้อยแตกต่างกัน

ทุกคนเมื่อเกิดความสับสนในชีวิต มักมีวิธีจัดการแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับนิสัย ความเคยชินที่จะใช้วิธีต่าง ๆ หรือสิ่งแวดล้อม ตัวกระตุ้น

สิ่งที่สังเกตได้คือ หลายคนพึ่งพาโหราศาสตร์ ในการช่วยทำนายผล ที่อาจเกิดขึ้น อยากทราบล่วงหน้าว่าชะตาชีวิตจะเป็นอย่างไร การใช้โหราศาสตร์เข้าช่วย ไม่ผิด แต่ก็ไม่ควรยึดติดการตีความมากเกินไป เพราะความสับสนเป็นแค่เหตุการณ์ชั่วคราว ไม่ถาวร ถ้าจะใช้โหราศาสตร์เพื่อบรรเทาความสับสน เราก็รวบรวมวิธีการใช้อย่างถูกต้องมาใน post นี้

วิธีการจัดการความสับสนในชีวิต
01
Acknowledge the Situation

ก่อนอื่นต้องยอมรับสภาพหรือสถานการณ์ ณ ตอนนั้นก่อน ว่าเกิดอะไรขึ้น การเข้าไปตรวจสอบดวงประจำวัน หรือดวงรายเดือน ใน Solar Return และสังเกตตำแหน่งการโคจรของดาวจันทร์ ทำมุมกับราหู และดาวดวงอื่น จะทำให้ทราบคร่าว ๆ ว่าเพราะอะไรถึงสับสน และความสับสนนั้นอยู่ในด้านใดของชีวิต

การที่เส้นสำคัญ AC, IC, DC, MC ใน Solar Return ไปอยู่ในราศี mutable signs อย่างมิถุน กันย์ ธนู มีน ทำให้เกิดความสับสนมากกว่าอยู่ในกลุ่ม fixed & cardinal signs

02
Know Your Mind

ในเมื่อพื้นฐานจิตใจของคนเราแตกต่างกัน ระดับความสับสนและวิธีแก้ไขย่อมแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องรู้จากดวงกำเนิดของตน ว่ามีพื้นฐานจิตใจอย่างไร ซึ่งดูได้จากตำแหน่งของ Big Three (ดาวอาทิตย์ จันทร์ และลัคนา) ว่าอยู่ในราศีใด มีการทำมุมจากดาวอื่นหรือไม่ ที่เป็นอุปสรรคและความท้าทาย เช่น ฉาก หรือ เล็ง

ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีดาวจันทร์ในราศีธนู ซึ่งพื้นฐานเป็นคนมีความต้องการแต่ละอย่างในชีวิตที่ไม่ยั่งยืน เปลี่ยนได้ตลอด จึงมีแนวโน้มสับสนชีวิตได้ง่ายกว่าผู้อื่น

03
Know Your Decision Making Style

เมื่อรู้จักพื้นฐานจิตใจของตนแล้ว ควรวิเคราะห์ดวงกำเนิดตัวเองว่ามีพฤติกรรมตัดสินใจอย่างไร ใช้อารมณ์หรือเหตุผลเป็นหลัก เช่น

ดาวอาทิตย์กุมดาวอังคาร มักเป็นคนใจร้อน เด็ดขาด ตัดสินใจเร็ว บางครั้งอาจตัดสินใจพลาดเพราะความรีบเร่ง เพื่อคลายความสับสน

ดาวพฤหัสกุมดาวเนปจูน เมื่อเกิดสับสนกับชีวิตมักใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ

ดาวยูเรนัสโยกดาวจันทร์ หรือดาวพุธ ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะกับการรับมือการตัดสินใจฉุกเฉิน

04
Know Your Locus of Control

Locus of Control คือความสามารถของบุคคลในการควบคุมสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ถ้าผู้นั้นมีความสามารถในการควบคุมความสับสนได้ดีโดยไม่ต้องอาศัยหรือพึ่งพาผู้อื่นมากนัก จะมี internal locus of control ส่วนผู้ที่คิดว่าตนไม่สามารถคลายความสับสนนี้ได้ด้วยตัวเอง โทษชะตาฟ้าดิน มักจะมี external locus of control

การดูว่าเป็นคนที่มี locus of control ประเภทใด สามารถสังเกต Chart Shapes คร่าว ๆ ของดวงกำเนิดว่ามีลักษณะอย่างไร เช่นถ้ามีลักษณะเป็น See-Saw Shape มักจะพึ่งตนเองและเป็นที่พึ่งของคนอื่น

05
Slow Down & Relax

เมื่อทราบพื้นฐานการตัดสินใจและความสามารถในการควบคุมสิ่งต่าง ๆ จากนี้คือการปฏิบัติเพื่อบรรเทาความสับสน วิธีที่ดีคือการดึงทุกอย่างให้ช้าลงเพื่อพักผ่อน ไม่คิดมกมุ่นกับสิ่งนั้นมากเกินไป

เลือกวิธีการพักผ่อนที่สอดคล้องกับความชอบของแต่ละคน เช่นผู้ที่มีราศีธนูโดดเด่นอาจจะเดินทางไกลไปคนเดียว หรืออยู่บ้านอ่านหนังสือ

การพักผ่อนและดึงเวลา สามารถช่วยให้เห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้น

06
Change Perspective

การปรับเปลี่ยน mindset และการมองเห็นอนาคตต่างออกไป เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยคลายความสับสนในชีวิต เมื่อศึกษาการโคจรของดวงดาวในช่วงที่สับสน บางคนอาจจะปลงและยอมรับได้ว่าช่วงนั้นไม่ใช่ช่วงที่ควรจะเริ่มต้นหรือตัดสินใจวู่วาม

Go with the flow เป็นประโยคที่ยังใช้ได้ผล หลายครั้งที่คนเราพยายามทำอะไรก็ตามเพื่อคลายความสับสนอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม จึงควรปล่อยให้เป็นไปตามกระแส

07
Talk to Others

ในที่สุดแล้วนั้น ถ้าวิธีที่แนะนำมาเบื้องต้น ยังไม่สามารถช่วยบรรเทาความสับสนได้ อาจต้องพูดคุยหรือปรึกษากับผู้อื่น เช่นผู้ใกล้ชิด หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ

หลายคนเลือกวิธีอื่นที่ไม่ได้แนะนำมาในโพสต์นี้ เป็นวิธีที่สร้างสรรค์และไม่ทำให้เสียสุขภาพกายและจิต เช่น การออกกำลังกาย การช่วยเหลือสังคม

ส่วนผู้ที่ใช้สิ่งเสพติดเพื่อคลายความสับสน ควรหยุด เพราะสิ่งเหล่านั้นช่วยให้หนีปัญหา มากกว่าการช่วยแก้ปัญหา

>> BACK