Geocentric &
Heliocentric
Astrology

Geocentric & Heliocentric ต่างกันอย่างไร

Geocentric Astrology ตามที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า การตั้งดวงที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย คือการให้โลกหรือมนุษย์เป็นจุดศูนย์กลางโดยมีดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะรวมทั้งดาวอาทิตย์โคจรอยู่รอบวงล้อจักรราศี เรียกว่าระบบ Geocentric ซึ่งยึดหลักที่ว่า มนุษย์อยู่ไหน ก็ใช้ตรงที่อยู่นั้นเป็นการตั้งดวง

Heliocentric Astrology หลังจากมีการพิสูจน์ว่าโลกและดาวเคราะห์ต่าง ๆ โคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของระบบสุริยะ จึงได้มีการประยุกต์การทำนายทางโหราศาสตร์โดยใช้ดาวอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลางของดวง เรียกว่าระบบ Heliocentric หรือ Heliocentric Astrology

Geocentric & Heliocentric - Usage

Geocentric Astrology

  • ใช้ทำนายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ และโลก เป็นหลัก
  • เป็นพื้นฐานในการพัฒนาการทำนายแบบอื่น เช่น Huber Method, Astrocartography, Mundane Astrology
  • วิเคราะห์ความแม่นยำของการทำนายได้ เพราะข้อมูลจากโลกถูกบันทึกไว้ และระบบก็ถูกพัฒนามาตั้งแต่สมัยโบราณ

Heliocentric Astrology

  • ใช้ดูเสริมจากระบบ Geocentric
  • สามารถดูได้เฉพาะเรื่องเท่านั้น เนื่องจากข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ใช้สำหรับการดูสภาพของโลกตามอิทธิพลพลังของดาวอาทิตย์ ตัวตน จิตวิญญาณ การใช้พลังงานของบุคคลไปในทางที่ดีหรือร้าย
  • ใช้เป็นหลักอ้างอิงได้ดี เพราะตำแหน่งของดาวเคราะห์ต่าง ๆ ประเมินจากศูนย์กลางระบบสุริยะโดยตรง
Geocentric & Heliocentric - Characteristics
🌍
Geocentric Astrology
  • มีการคำนวณองศาเส้นลัคนาตามเวลา สถานที่เกิด
  • มีการแบ่งดวงออกเป็น 12 เรือน 12 ราศี
  • ตำแหน่งของดาวเคราะห์และดาวอาทิตย์ถูกประเมินจากโลก
  • มีการทำมุมระหว่างดาวเคราะห์กันเอง กับดาวอาทิตย์ และกับมุมทั้งสี่
  • สามารถคำนวณหาจุดสำคัญบนโลก เช่น Vertex, Nodes, Lilith
☀️
Heliocentric Astrology
  • ไม่ต้องเลือกระบบตั้งดวง ระหว่าง Tropical และ Sidereal
  • มีการระบุตำแหน่งของโลกในดวง ดาวอาทิตย์จะอยู่ตรงข้ามกับโลก
  • ไม่สามารถคำนวณองศาลัคนา เพราะไม่ได้เกิดหรืออยู่บนดาวอาทิตย์
  • มีการแบ่งดวงออกเป็น 12 ราศี แต่ไม่สามารถแบ่งเป็นเรือนได้
  • ตำแหน่งของดาวเคราะห์ถูกประเมินจากดาวอาทิตย์ ดาวเคราะห์วงในอาจเปลี่ยนตำแหน่งมากหน่อย ดาวเคราะห์วงนอกเปลี่ยนที่เล็กน้อย
  • ไม่มีการคำนวณจุดสำคัญบนดาวอาทิตย์ ไม่มี Retrograde
Geocentric & Heliocentric - Limitations

Geocentric Astrology

  • ขัดแย้งกับหลักดาราศาสตร์ที่ว่า ดาวอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ ทำให้การประเมินตำแหน่งของดาวต่าง ๆ คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เพราะเป็นการประเมินจากมุมโลกเท่านั้น
  • ต้องเลือกระบบตั้งดวง ระหว่าง Tropical และ Sidereal อยู่เสมอ
  • ใช้ได้กับโลกเท่านั้น ถ้ามนุษย์เกิดหรืออยู่บนดาวอื่น ก็ไม่สามารถใช้ได้

Heliocentric Astrology

  • ง่ายต่อการใช้แต่ขาดความละเอียด เพราะไม่สามารถหาลัคนา ไม่สามารถใช้ระบบเรือน มีข้อจำกัดในการคำนวณ
  • การทำนายที่ใช้ได้เฉพาะเรื่องเท่านั้น และการพิสูจน์ความแม่นยำทางโหราศาสตร์เป็นไปได้ยากกว่า เพราะไม่มีข้อมูลซัพพอร์ตมากนัก
Geocentric & Heliocentric - วิธีการใช้และตีความ
1
ระบุตำแหน่งของโลกและดาวอาทิตย์ในดวง

เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้น

2
ดูอิทธิพลของดาวจากการทำมุมของดาวต่าง ๆ ในดวง
0°-15° Conjunction

ความกล้าหาญ (พลังดาว 2 ดวง)

15°-45° Semisextile

การค้นพบ การเริ่มใช้พลังงานใหม่

45°-75° Sextile

การเริ่มได้รับผล

75°-105° Square

การอดทนต่ออุปสรรค

105°-135° Trine

การบรรลุ ความสำเร็จ

135°-165° Inconjunction

การมีระเบียบวินัย จัดการพลัง

165°-180° Opposition

การเรียนรู้

180°-195° Opposition

เริ่มปล่อยวาง หา balance

195°-225° Inconjunction

การควบคุม ไม่ให้เกิดผลเสีย

225°-255° Trine

การเติบโตเต็มที่

255°-285° Square

การเรียนรู้

285°-315° Sextile

การให้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

315°-345° Semisextile

การรู้ตน การเริ่มมีปัญญา

345°-360° Conjunction

การบรรลุปัญญาขั้นสูงสุด

Geocentric & Heliocentric - เปรียบเทียบกัน

ใช้ข้อมูลวันรัฐธรรมนูญไทย วันที่ 10 ธันวาคม คศ 1932 เวลา 10.15 AM

ด้านซ้ายหรือบน เป็นการดูแบบ Geocentric จึงเห็นว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงกระทันหันไปสู่สิ่งใหม่ (ลัคนาราศีกุมภ์)

ด้านขวาหรือล่าง เป็นการดูแบบ Heliocentric จึงเห็นว่าโลกอยู่ในราศีมิถุน เกี่ยวกับการสื่อสาร การประกาศ ทำมุมโยกกับดาวยูเรนัสราศีเมษ คือการเริ่มได้รับผลของการเปลี่ยนแปลง หรือการให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

>> BACK