Understanding
Moon Phases &
Full Moon
in Different Signs

ทำความรู้จักลักษณะต่าง ๆ ของพระจันทร์
Moon Cycles

ดวงจันทร์ไม่ได้มีแค่วงจรเดียว แต่มีวงจรหลายชุดซ้อนทับกัน ได้แก่ การเปลี่ยนเฟส การเปลี่ยนระยะห่างจากโลก และการเคลื่อนผ่าน nodes

Synodic Month

Synodic Month คือเวลาที่ดวงจันทร์กลับมาอยู่ใน เฟสเดิมเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ เช่น จาก New Moon ครั้งหนึ่งไปยัง New Moon ครั้งถัดไป

ใช้เวลาประมาณ 29.53 วัน เพราะระหว่างที่ดวงจันทร์โคจร รอบโลก โลกก็เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ไปด้วย ดวงจันทร์จึงต้องเดินทางต่ออีกเล็กน้อยเพื่อกลับมามีตำแหน่งสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์เหมือนเดิม

Anomalistic Month

ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นวงรี ไม่ใช่วงกลมสมบูรณ์ จึงมีระยะห่างจากโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

Perigee จุดใกล้โลกที่สุด ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุดในวงโคจรรอบนั้น
Apogee จุดไกลโลกที่สุด ดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกมากที่สุดในวงโคจรรอบนั้น

ใช้เวลาประมาณ 27.55 วัน ทั้งที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลกประมาณ 27.3 วัน เพราะตำแหน่งแนววงรีของวงโคจรเปลี่ยนทิศทาง จุด Perigee จึงไม่ได้อยู่ในทิศทางเดิมเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ ทุกครั้งที่ดวงจันทร์โคจรครบรอบ ต้องใช้เวลาประมาณ 27.55 วันจึงกลับมาถึง Perigee อีกครั้ง

Draconic Month

วงโคจรของดวงจันทร์ (Moon Ecliptic) เอียงประมาณ 5.1° เมื่อเทียบกับระนาบสุริยวิถี (Sun Ecliptic) จึงไม่ได้โคจรอยู่ในระนาบเดียวกับโลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ตลอดเวลา

ตำแหน่งที่วงโคจรของดวงจันทร์ตัดกับระนาบสุริยวิถี เรียกว่า Lunar Nodes หรือ ราหูและเกตุนั่นเอง

ใช้เวลาประมาณ 27.21 วัน โดยวัดจากการผ่าน Node เดิมจนกลับมาผ่าน Node นั้นอีกครั้งในทิศทางเดียวกัน

Saros Cycle

ทั้งสามวัฏจักรที่กล่าวข้างบนทำงานพร้อมกัน เรียกว่า Saros Cycle โดยเป็นวัฏจักรทางดาราศาสตร์ที่อธิบายได้ด้วยความสัมพันธ์ของวงโคจรดวงจันทร์ 3 รูปแบบข้างบน ที่ทำให้เกิดคราสที่เกิดซ้ำในรูปแบบใกล้เคียงกันทุก 18 ปี 11 วัน 8 ชั่วโมง โดยประมาณ

223 Synodic Months รอบข้างขึ้นข้างแรม (6585.32 วัน)
242 Draconic Months รอบที่ดวงจันทร์กลับมายังโหนดเดิม (6585.35 วัน)
239 Anomalistic Months รอบที่ดวงจันทร์กลับมายังจุดใกล้โลกที่สุด (6585.53 วัน)

ทั้งสามวงจรให้ระยะเวลาใกล้เคียงกันที่ประมาณ 18 ปี 11 วัน 8 ชั่วโมง

ประเด็นสำคัญคือ Saros มีหลายชุด หรือ Saros Series โดยแบ่งเป็นชุดสุริยุปราคา (Solar Eclipse) และชุดจันทรุปราคา (Lunar Eclipse) แต่ละชุดมีหมายเลข ลำดับ และระยะเวลาการดำเนินของชุดเป็นของตัวเอง

  • คราสที่ห่างกัน 1 Saros มักมีชนิดเดียวกัน แต่เมื่อดูตั้งแต่ต้นจนจบทั้งชุด ชนิดของคราสสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่นจากเต็มดวงเป็นบางส่วน
  • เหตุใดพื้นที่ที่มองเห็นคราสจึงเปลี่ยนไป? เพราะระยะห่างระหว่างคราสใน Saros Cycle มีเวลาเพิ่มขึ้นประมาณ 8 ชั่วโมง ทำให้โลกหมุนเพิ่มอีกประมาณ 120° สำหรับจันทรุปราคา บริเวณที่มองเห็นจะเลื่อนไปทางตะวันตกโดยประมาณ
  • แต่ละ Saros Series มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด โดยทั่วไปกินเวลาราว 12–15 ศตวรรษ สำหรับ Lunar Eclipse ตำแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านเงาโลกเปลี่ยนไปทีละน้อยในแต่ละรอบ ทำให้คราสค่อย ๆ เปลี่ยนจากเงามัวเป็นบางส่วนและเต็มดวง แล้วค่อย ๆ กลับเป็นบางส่วนและเงามัวอีกครั้ง จนในที่สุดดวงจันทร์ไม่ผ่านเงาโลกอีกต่อไป ซึ่งเป็นการสิ้นสุดวงจรคราสหรือครบชุดแล้ว ทั้งนี้ลำดับอาจแตกต่างกันได้ในบางชุด
  • ตัวอย่าง Lunar Saros Series 133 มีจันทรุปราคาทั้งหมด 71 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1557 ถึง 2819 โดยแต่ละครั้งห่างกันประมาณ 18 ปี 11 วัน 8 ชั่วโมง

ในเชิงดาราศาสตร์ Saros Cycle ใช้จำแนกและคาดการณ์คราส ส่วนในเชิงโหราศาสตร์ นักโหราศาสตร์บางกลุ่มนำการเกิดคราสใน Saros Series เดียวกันมาเปรียบเทียบ เพื่อศึกษาธีมหรือรูปแบบที่เกิดซ้ำในช่วงเวลาต่าง ๆ

ตัวอย่าง

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดในช่วงปัจจุบันคือ จันทรุปราคาเต็มดวงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2008 และจันทรุปราคาเต็มดวงวันที่ 3 มีนาคม 2026 ทั้งสองครั้งอยู่ใน Saros Series 133 เหมือนกัน และครั้งถัดไปในชุดเดียวกันจะเกิดวันที่ 13 มีนาคม 2044

ตัวอย่างการตีความเชิงโหราศาสตร์

Saros 133 มีธีมซ้ำ (เหตุการณ์เกิดราว ๆ คราส)

  • คราส 9 กุมภาพันธ์ 1990: Mandela ได้รับอิสรภาพ
  • คราส 21 กุมภาพันธ์ 2008: Kosovo ประกาศเอกราช
  • คราส 3 มีนาคม 2026: การประกาศโจมตี Iran

ควรใช้วิจารณญาณ เพราะเหตุดังกล่าวอาจเกิดได้ทุกเวลา

หากต้องการทดสอบแนวคิดว่า Saros Series มีธีมทางประวัติศาสตร์ซ้ำจริง ควรนำคราสในชุด 133 ย้อนกลับไปดูปี 1990, 1972 และครั้งอื่น ๆ แล้วใช้เกณฑ์จัดหมวดหมู่เหตุการณ์แบบเดียวกันทุกช่วง

☀️ สุริยุปราคา (Solar Eclipse)
Saros Series ชนิด วันที่เกิดคราส แนวคราสผ่าน
131 วงแหวน (Annular) 15 ม.ค. 1991 ออสเตรเลียตะวันตกเฉียงใต้ แทสเมเนีย นิวซีแลนด์ และแปซิฟิกใต้
131 วงแหวน (Annular) 26 ม.ค. 2009 มหาสมุทรอินเดียใต้ สุมาตรา และบอร์เนียว
131 วงแหวน (Annular) 6 ก.พ. 2027 มหาสมุทรแปซิฟิกใต้ โดยแนววงแหวนอยู่ห่างจากแผ่นดินเป็นส่วนใหญ่
136 เต็มดวง (Total) 11 ก.ค. 1991 มหาสมุทรแปซิฟิก ฮาวาย เม็กซิโก อเมริกากลาง โคลอมเบีย และบราซิล
136 เต็มดวง (Total) 22 ก.ค. 2009 อินเดีย เนปาล จีน และมหาสมุทรแปซิฟิก
136 เต็มดวง (Total) 2 ส.ค. 2027 โมร็อกโก สเปน แอลจีเรีย ลิเบีย อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และเยเมน
141 วงแหวน (Annular) 4 ม.ค. 1992 ออสเตรเลียตอนเหนือ มหาสมุทรแปซิฟิก และอเมริกาเหนือตะวันตก
141 วงแหวน (Annular) 15 ม.ค. 2010 แอฟริกาตอนกลาง อินเดีย เมียนมา และจีน
141 วงแหวน (Annular) 26 ม.ค. 2028 เอกวาดอร์ เปรู บราซิล ซูรินาม สเปน และโปรตุเกส
🌕 จันทรุปราคา (Lunar Eclipse)
Saros Series ชนิด วันที่เกิดคราส พื้นที่ที่มองเห็นคราส
130 เต็มดวง (Total) 4 มิ.ย. 1993 เอเชีย ออสเตรเลีย แปซิฟิก และอเมริกาตะวันตก
130 เต็มดวง (Total) 15 มิ.ย. 2011 อเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย
130 เต็มดวง (Total) 26 มิ.ย. 2029 ทวีปอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง
133 เต็มดวง (Total) 9 ก.พ. 1990 ยุโรป แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย และแปซิฟิก
133 เต็มดวง (Total) 21 ก.พ. 2008 อเมริกาใต้ อเมริกาเหนือส่วนใหญ่ ยุโรปตะวันตก แอฟริกา และเอเชียตะวันตก
133 เต็มดวง (Total) 3 มี.ค. 2026 เอเชียตะวันออก ออสเตรเลีย แปซิฟิก และทวีปอเมริกา
135 เต็มดวง (Total) 29 พ.ย. 1993 อเมริกา ยุโรป แอฟริกา และเอเชียบางส่วน
135 เต็มดวง (Total) 10 ธ.ค. 2011 ยุโรป แอฟริกาตะวันออก เอเชีย ออสเตรเลีย แปซิฟิก และอเมริกาเหนือ
135 เต็มดวง (Total) 20 ธ.ค. 2029 ทวีปอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย
🔭 นักดาราศาสตร์วัดและจำแนกคราสอย่างไร?
สิ่งที่วัด ความหมาย
Saros Series Number หมายเลขชุดที่คราสนั้นสังกัด
Eclipse Type ชนิดของคราส เช่น เต็มดวง บางส่วน วงแหวน หรือเงามัว
Magnitude ขนาดของคราสตามนิยามทางดาราศาสตร์ เช่น สัดส่วนเส้นผ่านศูนย์กลางดวงอาทิตย์ที่ถูกบัง หรือระดับการเข้าสู่เงาโลก
Gamma ระยะห่างของแกนเงาคราสจากศูนย์กลางโลก ณ จุดคราสมากที่สุด โดยวัดเป็นรัศมีโลก
Duration ระยะเวลาของคราส หรือระยะเวลาที่เกิดช่วงเต็มดวง/วงแหวน แล้วแต่ข้อมูลที่รายงาน
Path of Eclipse แนวพื้นที่ที่มองเห็นคราส โดยเฉพาะแนวคราสเต็มดวงหรือวงแหวนของสุริยุปราคา
ข้อควรคำนึงของการทำมุมดาวอาทิตย์และดาวจันทร์

ดาวที่อยู่ข้างหน้า คือดาวที่อยู่ราศีก่อนดาวที่อยู่ข้างหลัง เช่น ดาวอาทิตย์ ฉากครึ่ง ดาวจันทร์ หมายถึงดาวอาทิตย์ราศีกรกฏ ฉากครึ่ง ดาวจันทร์ราศีธนู (ราศีกรกฎมาก่อนธนู)

‍

ถ้าการทำมุมในดวงเกิดไม่ตรงกับองศาที่แนะนำมานี้ ให้ดูว่าใกล้เคียงกับลักษณะใดมากที่สุด เช่น ดาวอาทิตย์ ฉากครึ่ง ดาวจันทร์ ที่ 158° อาจมีบุคลิกคล้าย Full Moon มากกว่า

Synodic Cycle - Moon Phases
New Moon
ดาวอาทิตย์ กุม ดาวจันทร์ (0°)

ชอบผจญภัย อยากรู้อยากเห็น ชอบสังเกต สู้และไม่หวั่นต่ออุปสรรค ชอบการเรียนรู้เพื่อเติบโต อ่อนไหวง่าย

Waxing Crescent Moon
ดาวอาทิตย์ ครึ่งฉาก ดาวจันทร์ (45°)

อารมณ์มั่นคงและเสี่ยงน้อยกว่า มุ่งมั่นทำงานหนัก ถ่อมตน มีศักยภาพมากแต่ไม่ค่อยแสดงออก คนจึงมักเข้าใจผิด

First Quarter Moon
ดาวอาทิตย์ ฉาก ดาวจันทร์ (90°)

เข็มแข็งอดทน ใจร้อนบางสถานการณ์ มุ่งมั่น เจออุปสรรคเยอะแต่ไม่หวั่น มักเป็นคนช่างเลือก

Waxing Gibbous Moon
ดาวอาทิตย์ ฉากครึ่ง ดาวจันทร์ (135°)

คิดบวก กระตือรือร้น ชอบความสงบสุข มีเมตตา แต่อาจโลเลง่าย ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ บุคลิกลี้ลับ ไม่ค่อยแสดงอารมณ์

Full Moon
ดาวอาทิตย์ เล็ง ดาวจันทร์ (180°)

เหมือนจะเด็ดขาดแต่ในใจลังเลมากทีเดียว มักขัดแย้งระหว่างสมองและจิตใจ กดดันตัวเอง ใจร้อน อารมณ์ขึ้นลง

Waning Gibbous Moon
ดาวจันทร์ ฉากครึ่ง ดาวอาทิตย์ (135°)

รู้ตนเสมอ มีสติ ภูมิใจในตัวเองมาก ไม่ค่อยฟังผู้อื่น ชอบวิพากษ์วิจารณ์ ชอบพูดระบายอารมณ์

Last Quarter Moon
ดาวจันทร์ ฉาก ดาวอาทิตย์ (90°)

ซื่อสัตย์จริงใจ มีความเห็นใจ เอาใจใส่ มักคิดถึงความหลังอยู่บ่อย ๆ เก็บความคิดมาใส่ใจ โกรธง่ายหายยาก แค้นฝังหุ่น

Waning Crescent Moon
ดาวจันทร์ ครึ่งฉาก ดาวอาทิตย์ (45°)

มีความรอบรู้ มีความสามารถเยอะ ใช้เสน่ห์เป็นประโยชน์ ไม่ค่อยไว้ใจคน ไม่ชอบการผูกมัด

Full Moon in Different Signs

‍ดูรูปภาพประกอบได้ในโพสต์ข้างบนใน ig

‍

Aries Full Moon
🌕 Pink Moon, Egg / Fish Moon
♈

มีพลัง ใจร้อนและกระวนกระวายได้ง่าย ริเริ่มการนำความคิดมาทำให้เป็นรูปธรรม

Taurus Full Moon
🌕 Hare Moon, Milk Moon
♉

มีความปรารถนาและพลังในการขับเคลื่อนหรือเอาชนะอุปสรรค มีความทะเยอทะยานทางโลกหรือวัตถุนิยมพอสมควร

Gemini Full Moon
🌕 Strawberry Moon, Rose Moon
♊

ควบคุมจิตใจและความคิด มีสติหยั่งรู้ทั้งสองสิ่ง รู้ระดับสูงต่ำของความคิดและจิตใจ แยกแยะระหว่างจิตวิญญาณและตัวตน

Cancer Full Moon
🌕 Buck Moon, Hay Moon
♋

การเชื่อในลางสังหรณ์ ความรู้สึก มักมีพลังจิตในการหยั่งรู้ความรู้สึกผู้อื่น อ่อนไหวง่าย มีความทรงจำดี มีสติสัมปชัญญะ

Leo Full Moon
🌕 Sturgeon Moon, Red Moon
♌

การตื่นตนเพื่อรู้ตัว รู้ว่าตนเองต้องการอะไร การรู้ตัวว่าทำอะไรเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มีความมั่นใจ มักขัดแย้งเรื่องอีโก้กับผู้อื่น

Virgo Full Moon
🌕 Full Corn Moon, Barley Moon
♍

คาดหวังกับตัวเองไว้สูง ต้องการความมั่นคง ชอบตั้งคำถามกับสิ่งทั่วไป หาเหตุผลกับทุกคำตอบ เลือกมากจนเลือกไม่ถูก

Libra Full Moon
🌕 Hunter's Moon, Travel Moon
♎

การเลือกที่จะเห็นแก่ส่วนรวมหรือส่วนตน มักหาความสมดุลในทุกสถานการณ์ เน้นการปรองดอง ความสงบสุข แต่ขี้ลังเลมาก

Scorpio Full Moon
🌕 Beaver Moon, Frost Moon
♏

การมองเห็นทุกอย่างเลือนลาง เจออุปสรรคมากในชีวิต ทำให้คิดว่าตนเองต้องเอาตัวรอดก่อน ควรฝึกการมีเมตตา ไม่ยึดติด

Sagittarius Full Moon
🌕 Cold Moon, Oak Moon
♐

ต้องการเรียนรู้หลายอย่าง แต่ไม่ค่อยโฟกัสลงรายละเอียด ฟุ้งซ่านได้ง่าย ควรฝึกการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง เพื่อเข้าใจสิ่งนั้นให้ถ่องแท้

Capricorn Full Moon
🌕 Wolf Moon, Old / Ice Moon
♑

มีความอดทนและมุ่งมั่นในการพิชิตเป้าหมายที่ตั้งไว้ตามความเป็นจริง เครียดง่ายเพราะพยายามควบคุมอารมณ์เหนือเหตุผล

Aquarius Full Moon
🌕 Snow Moon, Storm Moon
♒

การมีใจช่วยเหลือมนุษยชาติเพื่อให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น การนึกถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ถึงแม้ว่าตนมีความเป็นปัจเจกสูง

Pisces Full Moon
🌕 Worm Moon, Death Moon
♓

มีบุคลิกที่เลื่อนไหลไปตามอารมณ์ มีพลังจิตที่ดี และมักตัดสินใจโดยใช้ลางสังหรณ์

ดวงจันทร์ที่สองในดวงชะตา (Second Moon & Other Moons)

Selena, Priapus, Lilith, Waldemath ไม่ใช่ดาวเคราะห์หลัก แต่เป็น จุดสมมติ (Hypothetical Points) ที่บางสำนักโหราศาสตร์นำมาใช้ตีความเชิงสัญลักษณ์

‍

สามารถขึ้นดวงได้ที่

astro-seek > Free Horocopes > Black Moon Lilith, Priapus, Selena

Second Moon & Other Moons
Black Moon Lilith

Black Moon Lilith หรือ Lunar Apogee คือการทำมุมไกลที่สุดของดาวจันทร์กับโลก นักโหราศาสตร์เปรียบเทียบจุดไกลสุดนั้นเหมือน สิ่งซ่อนเร้น เป็นเงาดำของดวงจันทร์

ในดวงกำเนิดของทุกคนจะมี Black Moon Lilith อยู่ ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดคำนวณจากค่าเฉลี่ย ไม่ใช่ระยะไกลที่สุดจริง (ดาวจันทร์ไม่ได้อยู่ไกลที่สุดจากโลกทุกวัน) ซึ่งต้องดูปฏิทินทางดาราศาสตร์ว่าวันดังกล่าว ดาวจันทร์อยู่ไกลที่สุดหรือไม่

Mean Lunar Apogee จำลองการเคลื่อนที่เฉลี่ย
True Lunar Apogee ตำแหน่งจาก Osculating Ellipse ซึ่งมีการแกว่งระยะสั้นสูง
Natural Lunar Apogee ตำแหน่งจำลอง ลดการแกว่ง

ความหมายพื้นฐานอาจเหมือนกัน แต่ตำแหน่งที่ใช้ตีความในดวงอาจต่างกัน เช่นถ้าสามสิ่งนี้อยู่ต่างเรือน ราศี

Selena & Priapus

Selena (White Moon) เป็นจุดสมมติตรงข้ามกับ Black Moon Lilith ในแนวคิดของโหราศาสตร์รัสเซีย หรือยูเรเชียบางสาย มักใช้ตีความเกี่ยวกับ

ด้านที่สว่างของจิตใจ
ความดี ความบริสุทธิ์ อุดมคติ
การช่วยเหลือ การปกป้อง
การเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องแม้มีทางเลือกอื่น
ผลตอบแทนจากการกระทำที่มีจริยธรรม คุณธรรม

Priapus เป็นจุดที่ถูกใช้เป็นจุดตรงข้ามกับ Black Moon Lilith เช่นกัน เชิงสัญลักษณ์มักเกี่ยวกับ ความต้องการทางกายภาพ, libido, สัญชาติญาณที่พุ่งไปหามากขึ้น

ทำไมไม่ใช่จุดเดียวกันในดวง

Selena มี ephemeris และสูตรคำนวณของตัวเอง ไม่ได้เอา Lilith แล้วบวก 180° แบบ Priapus

Second Moon Waldemath

Waldemath (Dark) Moon ในอดีตเคยมีการเสนอว่าอาจมีดวงจันทร์ดวงที่สองอยู่จริง แต่การสังเกตทางดาราศาสตร์ภายหลัง ไม่พบวัตถุดังกล่าว จึงไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นดวงจันทร์จริง

กรณีล่าสุด เช่น 2020 CD₃ เคยเป็นตัวอย่างของ temporary mini-moon ที่โลกจับไว้ชั่วคราว ก่อนหลุดออกไป แต่ไม่ใช่ดวงจันทร์ที่สองที่แท้จริง

ในเชิงการตีความ มักกล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ เช่น

ด้านของตัวตนที่ถูกกดไว้หรือไม่อยากยอมรับ
ความกลัวและความไม่มั่นคงภายใน
การหลอกตัวเองหรือภาพลวงตา
ด้านที่ถูกปฏิเสธ ความรู้สึกหรือแรงปรารถนาที่ไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ที่ต้องการแสดงออก
How To Use

ดูตำแหน่งของดาวจันทร์สมมติเหล่านี้ในดวงกำเนิด

ราศี (Sign) ตีความลักษณะหรือรูปแบบการแสดงออกของจุดนั้น
เรือน (House) ใช้พิจารณาว่าประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับด้านใดของชีวิต
การกุม (Conjunction) ตรวจสอบว่ามีดาวเคราะห์กุมตำแหน่งนั้น ที่ orb แคบมาก เช่นไม่เกิน 1° เพื่อให้ถูกกระตุ้นออกมา

ข้อควรทราบ เนื่องจากจุดเหล่านี้เป็นจุดสมมติ ควรศึกษาในฐานะแนวคิดเชิงสัญลักษณ์เพื่อความบันเทิงเท่านั้น

>> BACK