
Moon Cycles
ดวงจันทร์ไม่ได้มีแค่วงจรเดียว แต่มีวงจรหลายชุดซ้อนทับกัน ได้แก่ การเปลี่ยนเฟส การเปลี่ยนระยะห่างจากโลก และการเคลื่อนผ่าน nodes
Synodic Month คือเวลาที่ดวงจันทร์กลับมาอยู่ใน เฟสเดิมเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ เช่น จาก New Moon ครั้งหนึ่งไปยัง New Moon ครั้งถัดไป
ใช้เวลาประมาณ 29.53 วัน เพราะระหว่างที่ดวงจันทร์โคจร รอบโลก โลกก็เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ไปด้วย ดวงจันทร์จึงต้องเดินทางต่ออีกเล็กน้อยเพื่อกลับมามีตำแหน่งสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์เหมือนเดิม
ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นวงรี ไม่ใช่วงกลมสมบูรณ์ จึงมีระยะห่างจากโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ใช้เวลาประมาณ 27.55 วัน ทั้งที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลกประมาณ 27.3 วัน เพราะตำแหน่งแนววงรีของวงโคจรเปลี่ยนทิศทาง จุด Perigee จึงไม่ได้อยู่ในทิศทางเดิมเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ ทุกครั้งที่ดวงจันทร์โคจรครบรอบ ต้องใช้เวลาประมาณ 27.55 วันจึงกลับมาถึง Perigee อีกครั้ง
วงโคจรของดวงจันทร์ (Moon Ecliptic) เอียงประมาณ 5.1° เมื่อเทียบกับระนาบสุริยวิถี (Sun Ecliptic) จึงไม่ได้โคจรอยู่ในระนาบเดียวกับโลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ตลอดเวลา
ตำแหน่งที่วงโคจรของดวงจันทร์ตัดกับระนาบสุริยวิถี เรียกว่า Lunar Nodes หรือ ราหูและเกตุนั่นเอง
ใช้เวลาประมาณ 27.21 วัน โดยวัดจากการผ่าน Node เดิมจนกลับมาผ่าน Node นั้นอีกครั้งในทิศทางเดียวกัน
ทั้งสามวัฏจักรที่กล่าวข้างบนทำงานพร้อมกัน เรียกว่า Saros Cycle โดยเป็นวัฏจักรทางดาราศาสตร์ที่อธิบายได้ด้วยความสัมพันธ์ของวงโคจรดวงจันทร์ 3 รูปแบบข้างบน ที่ทำให้เกิดคราสที่เกิดซ้ำในรูปแบบใกล้เคียงกันทุก 18 ปี 11 วัน 8 ชั่วโมง โดยประมาณ
ทั้งสามวงจรให้ระยะเวลาใกล้เคียงกันที่ประมาณ 18 ปี 11 วัน 8 ชั่วโมง
ประเด็นสำคัญคือ Saros มีหลายชุด หรือ Saros Series โดยแบ่งเป็นชุดสุริยุปราคา (Solar Eclipse) และชุดจันทรุปราคา (Lunar Eclipse) แต่ละชุดมีหมายเลข ลำดับ และระยะเวลาการดำเนินของชุดเป็นของตัวเอง
ในเชิงดาราศาสตร์ Saros Cycle ใช้จำแนกและคาดการณ์คราส ส่วนในเชิงโหราศาสตร์ นักโหราศาสตร์บางกลุ่มนำการเกิดคราสใน Saros Series เดียวกันมาเปรียบเทียบ เพื่อศึกษาธีมหรือรูปแบบที่เกิดซ้ำในช่วงเวลาต่าง ๆ
ตัวอย่าง
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดในช่วงปัจจุบันคือ จันทรุปราคาเต็มดวงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2008 และจันทรุปราคาเต็มดวงวันที่ 3 มีนาคม 2026 ทั้งสองครั้งอยู่ใน Saros Series 133 เหมือนกัน และครั้งถัดไปในชุดเดียวกันจะเกิดวันที่ 13 มีนาคม 2044
ตัวอย่างการตีความเชิงโหราศาสตร์
Saros 133 มีธีมซ้ำ (เหตุการณ์เกิดราว ๆ คราส)
ควรใช้วิจารณญาณ เพราะเหตุดังกล่าวอาจเกิดได้ทุกเวลา
หากต้องการทดสอบแนวคิดว่า Saros Series มีธีมทางประวัติศาสตร์ซ้ำจริง ควรนำคราสในชุด 133 ย้อนกลับไปดูปี 1990, 1972 และครั้งอื่น ๆ แล้วใช้เกณฑ์จัดหมวดหมู่เหตุการณ์แบบเดียวกันทุกช่วง
| Saros Series | ชนิด | วันที่เกิดคราส | แนวคราสผ่าน |
|---|---|---|---|
| 131 | วงแหวน (Annular) | 15 ม.ค. 1991 | ออสเตรเลียตะวันตกเฉียงใต้ แทสเมเนีย นิวซีแลนด์ และแปซิฟิกใต้ |
| 131 | วงแหวน (Annular) | 26 ม.ค. 2009 | มหาสมุทรอินเดียใต้ สุมาตรา และบอร์เนียว |
| 131 | วงแหวน (Annular) | 6 ก.พ. 2027 | มหาสมุทรแปซิฟิกใต้ โดยแนววงแหวนอยู่ห่างจากแผ่นดินเป็นส่วนใหญ่ |
| 136 | เต็มดวง (Total) | 11 ก.ค. 1991 | มหาสมุทรแปซิฟิก ฮาวาย เม็กซิโก อเมริกากลาง โคลอมเบีย และบราซิล |
| 136 | เต็มดวง (Total) | 22 ก.ค. 2009 | อินเดีย เนปาล จีน และมหาสมุทรแปซิฟิก |
| 136 | เต็มดวง (Total) | 2 ส.ค. 2027 | โมร็อกโก สเปน แอลจีเรีย ลิเบีย อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และเยเมน |
| 141 | วงแหวน (Annular) | 4 ม.ค. 1992 | ออสเตรเลียตอนเหนือ มหาสมุทรแปซิฟิก และอเมริกาเหนือตะวันตก |
| 141 | วงแหวน (Annular) | 15 ม.ค. 2010 | แอฟริกาตอนกลาง อินเดีย เมียนมา และจีน |
| 141 | วงแหวน (Annular) | 26 ม.ค. 2028 | เอกวาดอร์ เปรู บราซิล ซูรินาม สเปน และโปรตุเกส |
| Saros Series | ชนิด | วันที่เกิดคราส | พื้นที่ที่มองเห็นคราส |
|---|---|---|---|
| 130 | เต็มดวง (Total) | 4 มิ.ย. 1993 | เอเชีย ออสเตรเลีย แปซิฟิก และอเมริกาตะวันตก |
| 130 | เต็มดวง (Total) | 15 มิ.ย. 2011 | อเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย |
| 130 | เต็มดวง (Total) | 26 มิ.ย. 2029 | ทวีปอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง |
| 133 | เต็มดวง (Total) | 9 ก.พ. 1990 | ยุโรป แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย และแปซิฟิก |
| 133 | เต็มดวง (Total) | 21 ก.พ. 2008 | อเมริกาใต้ อเมริกาเหนือส่วนใหญ่ ยุโรปตะวันตก แอฟริกา และเอเชียตะวันตก |
| 133 | เต็มดวง (Total) | 3 มี.ค. 2026 | เอเชียตะวันออก ออสเตรเลีย แปซิฟิก และทวีปอเมริกา |
| 135 | เต็มดวง (Total) | 29 พ.ย. 1993 | อเมริกา ยุโรป แอฟริกา และเอเชียบางส่วน |
| 135 | เต็มดวง (Total) | 10 ธ.ค. 2011 | ยุโรป แอฟริกาตะวันออก เอเชีย ออสเตรเลีย แปซิฟิก และอเมริกาเหนือ |
| 135 | เต็มดวง (Total) | 20 ธ.ค. 2029 | ทวีปอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย |
| สิ่งที่วัด | ความหมาย |
|---|---|
| Saros Series Number | หมายเลขชุดที่คราสนั้นสังกัด |
| Eclipse Type | ชนิดของคราส เช่น เต็มดวง บางส่วน วงแหวน หรือเงามัว |
| Magnitude | ขนาดของคราสตามนิยามทางดาราศาสตร์ เช่น สัดส่วนเส้นผ่านศูนย์กลางดวงอาทิตย์ที่ถูกบัง หรือระดับการเข้าสู่เงาโลก |
| Gamma | ระยะห่างของแกนเงาคราสจากศูนย์กลางโลก ณ จุดคราสมากที่สุด โดยวัดเป็นรัศมีโลก |
| Duration | ระยะเวลาของคราส หรือระยะเวลาที่เกิดช่วงเต็มดวง/วงแหวน แล้วแต่ข้อมูลที่รายงาน |
| Path of Eclipse | แนวพื้นที่ที่มองเห็นคราส โดยเฉพาะแนวคราสเต็มดวงหรือวงแหวนของสุริยุปราคา |
ข้อควรคำนึงของการทำมุมดาวอาทิตย์และดาวจันทร์
ดาวที่อยู่ข้างหน้า คือดาวที่อยู่ราศีก่อนดาวที่อยู่ข้างหลัง เช่น ดาวอาทิตย์ ฉากครึ่ง ดาวจันทร์ หมายถึงดาวอาทิตย์ราศีกรกฏ ฉากครึ่ง ดาวจันทร์ราศีธนู (ราศีกรกฎมาก่อนธนู)
ถ้าการทำมุมในดวงเกิดไม่ตรงกับองศาที่แนะนำมานี้ ให้ดูว่าใกล้เคียงกับลักษณะใดมากที่สุด เช่น ดาวอาทิตย์ ฉากครึ่ง ดาวจันทร์ ที่ 158° อาจมีบุคลิกคล้าย Full Moon มากกว่า
Synodic Cycle - Moon Phases
ชอบผจญภัย อยากรู้อยากเห็น ชอบสังเกต สู้และไม่หวั่นต่ออุปสรรค ชอบการเรียนรู้เพื่อเติบโต อ่อนไหวง่าย
อารมณ์มั่นคงและเสี่ยงน้อยกว่า มุ่งมั่นทำงานหนัก ถ่อมตน มีศักยภาพมากแต่ไม่ค่อยแสดงออก คนจึงมักเข้าใจผิด
เข็มแข็งอดทน ใจร้อนบางสถานการณ์ มุ่งมั่น เจออุปสรรคเยอะแต่ไม่หวั่น มักเป็นคนช่างเลือก
คิดบวก กระตือรือร้น ชอบความสงบสุข มีเมตตา แต่อาจโลเลง่าย ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ บุคลิกลี้ลับ ไม่ค่อยแสดงอารมณ์
เหมือนจะเด็ดขาดแต่ในใจลังเลมากทีเดียว มักขัดแย้งระหว่างสมองและจิตใจ กดดันตัวเอง ใจร้อน อารมณ์ขึ้นลง
รู้ตนเสมอ มีสติ ภูมิใจในตัวเองมาก ไม่ค่อยฟังผู้อื่น ชอบวิพากษ์วิจารณ์ ชอบพูดระบายอารมณ์
ซื่อสัตย์จริงใจ มีความเห็นใจ เอาใจใส่ มักคิดถึงความหลังอยู่บ่อย ๆ เก็บความคิดมาใส่ใจ โกรธง่ายหายยาก แค้นฝังหุ่น
มีความรอบรู้ มีความสามารถเยอะ ใช้เสน่ห์เป็นประโยชน์ ไม่ค่อยไว้ใจคน ไม่ชอบการผูกมัด
Full Moon in Different Signs
ดูรูปภาพประกอบได้ในโพสต์ข้างบนใน ig
มีพลัง ใจร้อนและกระวนกระวายได้ง่าย ริเริ่มการนำความคิดมาทำให้เป็นรูปธรรม
มีความปรารถนาและพลังในการขับเคลื่อนหรือเอาชนะอุปสรรค มีความทะเยอทะยานทางโลกหรือวัตถุนิยมพอสมควร
ควบคุมจิตใจและความคิด มีสติหยั่งรู้ทั้งสองสิ่ง รู้ระดับสูงต่ำของความคิดและจิตใจ แยกแยะระหว่างจิตวิญญาณและตัวตน
การเชื่อในลางสังหรณ์ ความรู้สึก มักมีพลังจิตในการหยั่งรู้ความรู้สึกผู้อื่น อ่อนไหวง่าย มีความทรงจำดี มีสติสัมปชัญญะ
การตื่นตนเพื่อรู้ตัว รู้ว่าตนเองต้องการอะไร การรู้ตัวว่าทำอะไรเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มีความมั่นใจ มักขัดแย้งเรื่องอีโก้กับผู้อื่น
คาดหวังกับตัวเองไว้สูง ต้องการความมั่นคง ชอบตั้งคำถามกับสิ่งทั่วไป หาเหตุผลกับทุกคำตอบ เลือกมากจนเลือกไม่ถูก
การเลือกที่จะเห็นแก่ส่วนรวมหรือส่วนตน มักหาความสมดุลในทุกสถานการณ์ เน้นการปรองดอง ความสงบสุข แต่ขี้ลังเลมาก
การมองเห็นทุกอย่างเลือนลาง เจออุปสรรคมากในชีวิต ทำให้คิดว่าตนเองต้องเอาตัวรอดก่อน ควรฝึกการมีเมตตา ไม่ยึดติด
ต้องการเรียนรู้หลายอย่าง แต่ไม่ค่อยโฟกัสลงรายละเอียด ฟุ้งซ่านได้ง่าย ควรฝึกการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง เพื่อเข้าใจสิ่งนั้นให้ถ่องแท้
มีความอดทนและมุ่งมั่นในการพิชิตเป้าหมายที่ตั้งไว้ตามความเป็นจริง เครียดง่ายเพราะพยายามควบคุมอารมณ์เหนือเหตุผล
การมีใจช่วยเหลือมนุษยชาติเพื่อให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น การนึกถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ถึงแม้ว่าตนมีความเป็นปัจเจกสูง
มีบุคลิกที่เลื่อนไหลไปตามอารมณ์ มีพลังจิตที่ดี และมักตัดสินใจโดยใช้ลางสังหรณ์
ดวงจันทร์ที่สองในดวงชะตา (Second Moon & Other Moons)
Selena, Priapus, Lilith, Waldemath ไม่ใช่ดาวเคราะห์หลัก แต่เป็น จุดสมมติ (Hypothetical Points) ที่บางสำนักโหราศาสตร์นำมาใช้ตีความเชิงสัญลักษณ์
สามารถขึ้นดวงได้ที่
astro-seek > Free Horocopes > Black Moon Lilith, Priapus, Selena
Second Moon & Other Moons
Black Moon Lilith หรือ Lunar Apogee คือการทำมุมไกลที่สุดของดาวจันทร์กับโลก นักโหราศาสตร์เปรียบเทียบจุดไกลสุดนั้นเหมือน สิ่งซ่อนเร้น เป็นเงาดำของดวงจันทร์
ในดวงกำเนิดของทุกคนจะมี Black Moon Lilith อยู่ ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดคำนวณจากค่าเฉลี่ย ไม่ใช่ระยะไกลที่สุดจริง (ดาวจันทร์ไม่ได้อยู่ไกลที่สุดจากโลกทุกวัน) ซึ่งต้องดูปฏิทินทางดาราศาสตร์ว่าวันดังกล่าว ดาวจันทร์อยู่ไกลที่สุดหรือไม่
ความหมายพื้นฐานอาจเหมือนกัน แต่ตำแหน่งที่ใช้ตีความในดวงอาจต่างกัน เช่นถ้าสามสิ่งนี้อยู่ต่างเรือน ราศี
Selena (White Moon) เป็นจุดสมมติตรงข้ามกับ Black Moon Lilith ในแนวคิดของโหราศาสตร์รัสเซีย หรือยูเรเชียบางสาย มักใช้ตีความเกี่ยวกับ
Priapus เป็นจุดที่ถูกใช้เป็นจุดตรงข้ามกับ Black Moon Lilith เช่นกัน เชิงสัญลักษณ์มักเกี่ยวกับ ความต้องการทางกายภาพ, libido, สัญชาติญาณที่พุ่งไปหามากขึ้น
Selena มี ephemeris และสูตรคำนวณของตัวเอง ไม่ได้เอา Lilith แล้วบวก 180° แบบ Priapus
Waldemath (Dark) Moon ในอดีตเคยมีการเสนอว่าอาจมีดวงจันทร์ดวงที่สองอยู่จริง แต่การสังเกตทางดาราศาสตร์ภายหลัง ไม่พบวัตถุดังกล่าว จึงไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นดวงจันทร์จริง
กรณีล่าสุด เช่น 2020 CD₃ เคยเป็นตัวอย่างของ temporary mini-moon ที่โลกจับไว้ชั่วคราว ก่อนหลุดออกไป แต่ไม่ใช่ดวงจันทร์ที่สองที่แท้จริง
ในเชิงการตีความ มักกล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ เช่น
ดูตำแหน่งของดาวจันทร์สมมติเหล่านี้ในดวงกำเนิด
ข้อควรทราบ เนื่องจากจุดเหล่านี้เป็นจุดสมมติ ควรศึกษาในฐานะแนวคิดเชิงสัญลักษณ์เพื่อความบันเทิงเท่านั้น