Introduction to
Western Astrology

ปรับและปูพื้นฐานโหราศาสตร์ตะวันตก

ศาสตร์ตะวันตก ใช้ระบบ Tropical หรือสายนะ ซึ่งอ้างอิงฤดูกาล โดยนับวันที่ดวงอาทิตย์ตัดกับแนวศูนย์สูตรของโลกเป็นวันเริ่มแรกของปี นั่นคือวันที่ 21 มีนาคม ของทุกปีที่จะเริ่มต้นราศีเมษ เรือนที่ 1 เริ่มต้นจากเส้นลัคนา ซึ่งอาจจะมีมากกว่า 1 ราศีในเรือนนั้น แล้วแต่ระบบที่เลือก การทำนายใช้ดาวทุกดวงในระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ Asteroids รวมทั้งดาวที่ไม่เห็นด้วยตาเปล่าเช่น ยูเรนัส, เนปจูน, พลูโต เมื่อดาวตกอยู่ในเรือนหรือราศีใด ระบบตะวันตกให้ความสำคัญกับเรือนหรือราศีนั้นโดยรวม

โดยส่วนใหญ่จะใช้ศาสตร์ตะวันตกในการดูนิสัย บุคลิก ของเจ้าชะตา ณ วันเวลาที่เกิด และการเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิต จะให้ความแม่นยำมาก

Tropical vs. Sidereal

ศาสตร์ตะวันตก

  • ใช้ระบบ Tropical หรือสายนะ ซึ่งอ้างอิงฤดูกาล
  • นับวันที่ดวงอาทิตย์ตัดกับแนวศูนย์สูตรของโลกเป็นวันเริ่มแรก
  • วันที่ 21 มีนาคม ของทุกปีจะเริ่มต้นราศีเมษ
  • ใช้ระบบคำนวณเรือนแบบ time-based เช่น Placidus จะให้ความแม่นยำสูง เพราะศาสตร์ตะวันตกไม่ให้ความสำคัญกับการตีความเจ้าเรือนมากเหมือนศาสตร์พระเวท

ศาสตร์พระเวท

  • ใช้ระบบ Sidereal หรือนิรายนะ ซึ่งอ้างอิงจากกลุ่มดาวฤกษ์ และทฤษฎี Great Year หรือ Precession
  • มีระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิกับจุดเริ่มต้นดาวฤกษ์ราศีเมษที่เคลื่อนออกจากกันเรื่อย ๆ หรือ 1 องศา ทุก ๆ 72 ปี
  • ณ ปัจจุบัน วันที่ 14 เมษายน จะเริ่มต้นราศีเมษ
  • ใช้ระบบคำนวณเรือนแบบ Whole Sign จะให้ความแม่นยำสูง เพราะศาสตร์พระเวทให้ความสำคัญกับการตีความเจ้าเรือนราศี
  • มีระบบอายนางศ์ให้เลือก เพื่อระบุระยะห่างเป็นองศาชัดเจน
ระบบคำนวณดวงในโหราศาสตร์

ระบบคำนวณลัคนา ดาว ราศี

🌌

2 มิติ Zodiacal Method

Ecliptic Coordinate System

ใช้ละติจูดและลองจิจูดของดาวในการคำนวณตำแหน่งดาวและราศีตามระนาบสุริยวิถี (Ecliptic) ซึ่งใช้บ่อยในโหราศาสตร์ทุกแขนง แล้วต้องเลือกว่าจะใช้ Tropical หรือ Sidereal ในการตั้งดวง

🌍

3 มิติ In Mundo

Equatorial Coordinate System

คำนวณตำแหน่งดาวตามองศาและเวลาขึ้นของดาวที่อยู่เหนือใต้เส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า (Celestial Equator) ไม่มีการคำนวณราศี เพราะแปลงตำแหน่งดาวตามละติจูดและลองจิจูดของโลก จึงไม่ต้องเลือก Tropical หรือ Sidereal ในการตั้งดวงและหาลัคนา

🏔️

3 มิติ In Mundo

Horizontal Coordinate System

คำนวณตำแหน่งของดาวตามความสูงและทิศของดาว ตามเส้นขอบฟ้า (Horizon) ไม่มีการคำนวณราศี

ระบบคำนวณเรือน

⏱️

Time-based

การคำนวณเวลาการหมุนรอบตัวของโลกและเวลาการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ตามละติจูด และ ลองจิจูด ณ สถานที่เกิด

🌌

Space-based

การคำนวณเรือนเท่ากันที่ 30° ทุกเรือน ซึ่งเป็นระบบคำนวณแบบเก่าแก่ที่ยังคงใช้แพร่หลายในปัจจุบัน

เปรียบเทียบระบบคำนวณลัคนา ดาว ราศี ในโหราศาสตร์

เปรียบเทียบทั้ง 3 ระบบคำนวณลัคนา ดาว ราศี เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจนดังนี้

Characteristics
Ecliptic
Equatorial
Horizontal
Characteristics: เส้นหลัก
Ecliptic: Sun Ecliptic ระนาบสุริยวิถี
Equatorial: Celestial Equator เส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า
Horizontal: Horizon เส้นขอบฟ้า
Characteristics: คำนวณจาก
Ecliptic: Planet Latitude, Planet Longitude
Equatorial: Right Ascension (RA), Declination
Horizontal: Azimuth, Altitude
Characteristics: ใช้คำนวณ
Ecliptic: ลัคนา ดาว ราศี
Equatorial: ลัคนา ตำแหน่งดาว
Horizontal: ลัคนา ตำแหน่งดาว
Characteristics: มิติ
Ecliptic: 2 มิติ
Equatorial: 3 มิติ
Horizontal: 3 มิติ
Characteristics: ใช้ใน
Ecliptic: Birth Chart, Transit Chart, Progressions, Solar Arc, Synastry และดวงอื่นที่นิยม
Equatorial: Parallels of Declination, Out of Bounds, Astrocartography, Paran Map และช่วยอ่านดวง 2 มิติ
Horizontal: Local Space Chart, Planet Ingress, Sky Map, Heliacal Rise/Set และช่วยอ่านดวง 2 มิติ
Characteristics: การทำมุม
Ecliptic: กุม โยก ฉาก เล็ง
Equatorial: ขนาน ตรงข้าม
Horizontal: ทิศทั้ง 8 หรือทุก 45°
สรุปความแตกต่างของแต่ละศาสตร์

เปรียบเทียบศาสตร์ตะวันตก กับศาสตร์พระเวท และศาสตร์ไทย 3 ศาสตร์ที่มีการศึกษาและใช้มากในประเทศไทย

Criteria
Western Astrology
Vedic Astrology
Thai Astrology
Criteria: เริ่มต้น
Western: 0° ราศีเมษ
Vedic: 24° หลังราศีเมษ
Thai: 24° หลังราศีเมษ
Criteria: ราศีเมษ
Western: 21 มีนาคม ทุกปี
Vedic: 14 เมษายน ประมาณ
Thai: 14 เมษายน ประมาณ
Criteria: ระบบราศี
Western: Tropical ฤดูกาล
Vedic: Sidereal ดาวฤกษ์
Thai: Sidereal ดาวฤกษ์
Criteria: ระบบเรือนที่นิยม
Western: Placidus ได้ทั้ง time-based & space-based
Vedic: Whole Sign นิยม space-based
Thai: Whole Sign
Criteria: ดาวที่ใช้
Western: ทุกดวงรวมวงนอก
Vedic: 7 ไม่รวมดาววงนอก
Thai: ทุกดวงรวมวงนอก
Criteria: โฟกัส
Western: อาทิตย์ จันทร์ ลัคนา ดาว เรือน ราศี จุดคำนวณ
Vedic: จันทร์ ลัคนา ดาว เรือน ดาวเจ้าเรือน ความแข็งแรงของดาว
Thai: ลัคนา ดาว เรือน ราศี ความแข็งแรงของดาว
Criteria: จุดประสงค์
Western: รู้จักตัวตน จิตใจ
Vedic: รู้จิตวิญญาณ ทำนาย
Thai: รู้ตัวตน ทำนาย ดูฤกษ์
Criteria: จุดเด่น
Western: เน้น AC,IC,DC,MC ราหูตรงข้ามเกตุ
Vedic: ไม่เน้น IC,MC ราหูตรงข้ามเกตุ
Thai: เกตุไม่อยู่ตรงข้ามราหูเสมอไป
ที่มาที่ไปของศาสตร์ตะวันตก
Period
Evolution
Period: 2 BCE - 6 CE
Evolution: Hellenistic Astrology เริ่มศึกษาราศี ดวงดาว เรือน และการคำนวณโดยให้โลกเป็นจุดศูนย์กลาง (Geocentric)
Period: ศตวรรษ 6-15
Evolution: Traditional Astrology การพัฒนาโหราศาสตร์ดั้งเดิมในยุโรปและโลกอาหรับ
Period: ศตวรรษ 15-17
Evolution: เริ่มการคำนวณทางดาราศาสตร์ การเข้ามาของวิทยาศาสตร์ การพิสูจน์ดาวอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลาง (Heliocentric)
Period: ศตวรรษ 17-19
Evolution: ความนิยมถดถอยของโหราศาสตร์ ยังคงเหลือไว้แค่บางแขนง
Period: ต้นศตวรรษ 20
Evolution: การโฟกัสจิตวิทยา การเริ่มใช้โหราศาสตร์ส่วนบุคคล
Period: กลางศตวรรษ 20 เป็นต้นมา
Evolution: การพัฒนาศาสตร์แขนงใหม่ ระบบคำนวณทันสมัยตามหลักดาราศาสตร์ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริการทางโหราศาสตร์
แขนงสำคัญของศาสตร์ตะวันตก

The Huber Method

การดูการพัฒนาทางจิตและตัวตน ใช้ระบบการตั้งเรือน Koch System ซึ่งใช้พัฒนาแขนงนี้โดยเฉพาะ และมีการแบ่งดวงกำเนิดเป็นช่วงอายุคน ครบรอบวงที่ 72 ปี โดยการแบ่งออกเป็น 12 เรือน 1 เรือนเท่ากับ 6 ปี เริ่มต้นที่เรือน 1 หรือเส้นลัคนาสำหรับอายุ 0 ปี และเข้าเรือนที่ 2 ที่อายุ 6 ปี มีการดูการทำมุมพิเศษในดวงโดยใช้สีในการเน้นการทำมุม 3 สี

Uranian Astrology

โฟกัสที่การคำนวณดาวสมมติ, Midpoints, และเทคนิคการทำนาย ใช้หลักการเดียวกับศาสตร์ตะวันตก คือการตั้งราศีตามระบบ Tropical ใช้ระบบคำนวณเรือนและการตีความคล้ายศาสตร์ตะวันตก

Mundane Astrology & Locational Astrology

โหราศาสตร์การเมือง สถานที่ การย้ายถิ่น ถึงแม้จะใช้ได้ในหลายศาสตร์ แต่รากฐานการพัฒนามาจากศาสตร์ตะวันตก

Heliocentric Astrology

การคำนวณดวงโดยให้ดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลางแทนโลก

มาตรฐานความแม่นยำในศาสตร์ตะวันตก
🎯

คุณภาพความแม่นยำวัดจาก

  • ความสมเหตุสมผลของทฤษฎีระบบคำนวณตั้งดวงชะตา
  • การโคจรของดวงดาวบนท้องฟ้าที่เป็นอยู่จริงตามการสำรวจทางดาราศาสตร์
  • ความสามารถในการวิเคราะห์และตีความดวงชะตาแบบสมเหตุสมผล (logical) โหราศาสตร์สามารถใช้ตรรกะในการอ่านดวงชะตาได้
  • ความสามารถในการสื่อสาร ที่ตรงกับใจของผู้รับสาร
  • การมีประสบการณ์ด้านอื่นที่ช่วยในการเข้าใจมนุษย์มากขึ้น เช่น จิตวิทยา ปรัชญา การสอน ธุรกิจ การตลาด
⚠️

ความเสี่ยงต่อความไม่แม่นยำ

  • ทฤษฎีที่ใช้ในการวิเคราะห์ดวงชะตาไม่ได้อ้างอิงตามหลักดาราศาสตร์ แต่ใช้ได้ผลกับหลายกรณี เช่น Retrograde
  • ความสมเหตุสมผลของทฤษฎีระบบคำนวณตั้งดวงชะตา แต่ทำให้การตีความยากขึ้น เช่น ปัญหาการมีหลายราศีใน 1 เรือน
  • นักโหราศาสตร์สองคนอาจตีความดวงชะตาเดียวกันแตกต่างกันได้ เพราะการนำมุมมองส่วนบุคคล สัญชาตญาณ และความละเอียดอ่อนต่อสัญลักษณ์มาใช้ในการตีความ
แหล่งขึ้นดวงและปฏิทินที่ใช้

เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการตั้งดวง การเลือกปฏิทินที่ใช้มีความสำคัญ

Swiss Ephemeris

เป็นปฏิทินดาราศาสตร์ที่พัฒนาโดย Astrodienst AG Switzerland ซึ่งเป็นผู้สร้าง Astrolog ปฏิทินนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในการคำนวณตำแหน่งของดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะ และดวงดาวในวันที่และเวลาที่กำหนด เป็น libraries ที่สามารถใช้กับ programming หลายภาษา เช่น C#, C++, Python, Java และ .NET

Swiss Ephemeris ใช้ Jet Propulsion Laboratory Development Ephemeris ของ NASA เป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ และใช้ข้อมูลจาก Astronomisches Rechen-Institut (ARI) ในเมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี สำหรับตำแหน่งของดาวเคราะห์น้อย

  • astro.com คือเว็บไซต์บริการตั้งดวงที่ใช้ปฏิทินดังกล่าว
  • astro-seek ไม่ปรากฏว่าใช้ปฏิทินนี้แน่ชัด แต่คำนวณจาก JPL DE431 raw data
  • astrology-demystified.com ใช้ Swiss Ephemeris แบบ Python เพื่อความถูกต้องตามมาตรฐานสากล
ลำดับความสำคัญตามศาสตร์ตะวันตก

Astrological Elements - สิ่งต่าง ๆ ทางโหราศาสตร์

Element
Priority
Meaning
Element: ดาว เรือน ราศี
Priority: มาก
Meaning: อธิบายอิทธิพล การแสดงออกด้านต่าง ๆ อย่างไร
Element: AC, IC, DC, MC
Priority: มาก
Meaning: การวิเคราะห์ด้านหลักของชีวิต
Element: Minor Planets
Priority: ปานกลาง
Meaning: ปัจจัยเสริมของสิ่งต่าง ๆ
Element: Vertex
Priority: ปานกลาง
Meaning: การเกิดของสิ่งต่าง ๆ ตามโชคชะตา จุดหักเห
Element: Midpoints
Priority: ปานกลาง
Meaning: พลังร่วมหรือผสม
Element: Lots
Priority: ปานกลาง
Meaning: สิ่งหรือเหตุการณ์เฉพาะเจาะจง

Astronomical Points - จุดคำนวณทางดาราศาสตร์

Points
Priority
Meaning
Points: Eclipses
Priority: มาก
Meaning: เรื่องราวที่มีความสำคัญกับชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว
Points: Nodes
Priority: มาก
Meaning: สิ่งที่เกิดตามโชคชะตา ผลกรรมทวีคูณ
Points: Lunar Perigee
Priority: ปานกลาง
Meaning: อารมณ์ความรู้สึกที่เข้มข้นลึกซึ้ง ให้ผลสูงหรือมาก
Points: Lunar Apogee
Priority: ปานกลาง
Meaning: อารมณ์ความรู้สึกที่ลึกลับเข้าใจยาก
Points: Perihelion
Priority: น้อย
Meaning: พลังของดาวนั้น ๆ ที่ส่งผลมากหรือเร็ว
Points: Aphelion
Priority: น้อย
Meaning: พลังของดาวนั้น ๆ ที่ส่งผลน้อยหรือช้า
ดวงดาวตามศาสตร์ตะวันตก

Planets ในโหราศาสตร์ตะวันตกใช้การวิเคราะห์ทำนายดาวเคราะห์เป็นหลัก รวมทั้งดาวเคราะห์วงนอกอย่าง ยูเรนัส เนปจูน

Minor Planets หรือดาวเคราะห์น้อยที่สำคัญ เช่น พลูโต ไคร่อน

Stars หรือดาวฤกษ์ อาจไม่เป็นที่นิยมมาก เพราะอยู่ไกลและเคลื่อนช้า

หมวดหมู่ของดาวเคราะห์

  • Personal : เรื่องราวส่วนบุคคล ดาวอาทิตย์ จันทร์ พุธ ศุกร์ อังคาร
  • Social : ความสัมพันธ์ของบุคคลต่อสังคม ดาวพฤหัส เสาร์
  • Generational : การเปลี่ยนของยุคสมัย ดาวยูเรนัส เนปจูน พลูโต

การเคลื่อนไหวของดาวเคราะห์

  • Direct : ดาวเคลื่อนไหวไปข้างหน้า เมื่อดูจากมุมโลก
  • Retrograde : ดาวเคลื่อนไหวไปข้างหลัง เมื่อดูจากมุมโลก
  • Combust : ใกล้ดาวอาทิตย์แต่ไม่มาก ทำให้อ่อนกำลัง
  • Cazimi : ดาวเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่ประมาณ 0°17' ทำให้แข็งแกร่ง
  • Stationary : ดาวเหมือนหยุดเดินหน้าหรือถอยหลัง พลังโฟกัสจะมาก
เรือนตามศาสตร์ตะวันตก

House หรือเรือน เป็นการแบ่งเรื่องราวหรือด้านต่าง ๆ ตามวงจรของชีวิตมนุษย์ โดยในศาสตร์ตะวันตกนิยมแบ่งออกเป็น 12 เรือน เพื่อให้ตรงกับโครงสร้างของ 12 ราศี

Cusp หรือองศาแบ่งเรือน เป็นเหมือนประตูเปิดบ้านแต่ละเรือน

House Ruler หรือเจ้าเรือน โดยแต่ละเรือนมีดาวเคราะห์ปกครอง

หมวดหมู่ของเรือน

  • Angular Houses : เรือนหลักของชีวิต 1,4,7,10 ตามทิศดวงอาทิตย์
  • Succedent Houses : เรือน 2,5,8,11 สะท้อนความมั่นคงของชีวิต
  • Cadent Houses : เรือน 3,6,9,12 โฟกัสสิ่งที่อยู่ภายในใจมนุษย์

Empty Houses การมีเรือนเปล่า โดยที่ไม่มีดาวใดอยู่ เป็นเรื่องปกติทางโหราศาสตร์ เพราะดาวเคราะห์มีน้อยกว่าจำนวนเรือน จึงไม่น่าตกใจ

การที่ไม่มีดาวอยู่ในเรือนนั้น ๆ ช่วยให้เจ้าชะตาไม่ค่อยมีปัญหาหรือไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับเรือนนั้น ในลักษณะนี้ จึงดูเจ้าเรือนเปล่าว่าไปตกอยู่เรือนใด เพื่อดูสาเหตุที่เจ้าชะตาไม่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าว

การแบ่งราศีตามศาสตร์ตะวันตก

Element : การแบ่งตามธาตุ หรือเรียกอีกอย่างว่า Triplicities เป็นการใช้ทำนายบ่อยสุด เพราะทำให้ทราบพลังงานพื้นฐานของแต่ละคน ใช้ในกรณีตีความว่าเจ้าชะตาจะใช้พลังงานของราศีนั้นอย่างไร

🌍 ธาตุดิน
พฤษภ · กันย์ · มังกร
กลุ่มราศีเพศหญิง
ให้ความอดทน ตั้งอยู่ในความเป็นจริง ความละเอียด การจับต้องได้เช่น วัตถุ เงินตรา
💧 ธาตุน้ำ
กรกฎ · พิจิก · มีน
กลุ่มราศีเพศหญิง
ให้อารมณ์ความรู้สึก ความมีเมตตา อุดมสมบูรณ์
💨 ธาตุลม
มิถุน · ตุลย์ · กุมภ์
กลุ่มราศีเพศชาย
ให้ความคิด ความฉลาด การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
🔥 ธาตุไฟ
เมษ · สิงห์ · ธนู
กลุ่มราศีเพศชาย
ให้พลังกระตือรือร้น การแสดงออก แรงบันดาลใจ
การแบ่งราศีตามศาสตร์ตะวันตก

Modality : การแบ่งตามตำแหน่งในฤดู หรือเรียกอีกอย่างว่า Quadruplicities เป็นการใช้ทำนายบ่อยรองจากธาตุ คือราศีที่อยู่ตรงข้ามกันในแต่ละมุมของดวงชะตา ใช้ในการทำนายว่าเจ้าชะตามีลักษณะการใช้ชีวิตอย่างไร

🌀 Cardinal (Movable)
เมษ · กรกฎ · ตุลย์ · มังกร
เป็นกลุ่มราศีที่เป็นช่วงเริ่มต้นการเปลี่ยนฤดูทั้งสี่ จึงมีลักษณะ active มีพลังสำหรับการเริ่มต้นในชีวิต มีความทะเยอทะยาน
Fixed
พฤษภ · สิงห์ · พิจิก · กุมภ์
เป็นกลุ่มราศีที่อยู่ช่วงกลางของฤดู จึงมีความคงทน รักษาฤดูนั้นไว้ ทำให้มีลักษณะมั่นคง ไม่เปลี่ยนง่าย คาดเดาพฤติกรรมได้
🔄 Mutable (Dual-Natured)
มิถุน · กันย์ · ธนู · มีน
เป็นกลุ่มราศีที่อยู่ช่วงปลายฤดู จึงพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ไม่ยึดติด ปรับตัวง่าย มีความยืดหยุ่น พฤติกรรมปรับเปลี่ยนคาดเดายาก
การทำมุมในศาสตร์ตะวันตก
  • ศาสตร์ตะวันตกให้ความสนใจการทำมุมของดาวเป็นหลัก ซึ่งต่างจากศาสตร์พระเวทที่ไม่ได้มองแค่การทำมุมของดาว แต่ดูการทำมุมของเรือนกับดาว หรือเรือนกับเรือนด้วย (Derived or Turned Houses)
  • ศาสตร์ตะวันตกให้ความสำคัญกับองศาตำแหน่งดาว เพราะมีการคำนวณจุดสำคัญทางโหราศาสตร์และดาราศาสตร์ และมีการดูเรือนเล็ก (Decans) องศาสูงสุด 29° (Anaretic) และองศาวิกฤติด้วย (Critical)
  • การทำมุมอาจแตกต่าง ตามระบบคำนวณดวงที่ใช้ เช่นในระบบ Ecliptic อาจเจอดาวไม่กุมกัน แต่ในระบบ Equatorial เจอดาวขนานกัน ซึ่งคล้ายการกุม ควรตรวจสอบจุดนี้ด้วย
  • Minor & Harmonic Aspects เช่น 72°, 150° เป็นการทำมุมเฉพาะของศาสตร์ตะวันตก แต่ไม่ค่อยใช้กว้างขวางมากนัก เพราะละเอียดและใช้เวลาตีความ
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับศาสตร์ตะวันตก
🌞

ศาสตร์ตะวันตกใช้ระบบคำนวณราศีแบบ Tropical เท่านั้น

ถึงแม้คนส่วนใหญ่นิยมใช้ระบบ Tropical ในศาสตร์ตะวันตกอย่างแพร่หลาย แต่ก็มีการใช้ระบบ Sidereal ได้เช่นกัน เพียงแต่ความนิยมอาจน้อยกว่า เพราะอยู่ในขั้นตอนการทดลองหรือเปรียบเทียบ เหตุผลที่ระบบ Tropical แพร่หลายมากกว่า เป็นเพราะจุดประสงค์ของศาสตร์ตะวันตกต้องการทำให้รู้จักและพัฒนาตัวตน จิตใจ จิตวิทยา ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลของโลกมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของดาวฤกษ์

📖

ศาสตร์ตะวันตกง่ายที่สุด

การเรียนศาสตร์ตะวันตกดูเหมือนจะง่าย เพราะมีความใกล้ชิดกับจิตวิทยาส่วนบุคคลมากที่สุด มีข้อมูล หนังสือ ตีพิมพ์ในหลายประเทศ มีแหล่งบริการขึ้นดวงพร้อม และกฎเกณฑ์การตั้งราศีง่าย ๆ แบบ Tropical แต่สิ่งที่ยากกว่าศาสตร์อื่นคือ เวลาอ่านดวงนานและยากกว่า เนื่องจากจำนวนสิ่งต่าง ๆ ในดวง มีระบบคำนวณเรือนที่หลากหลายมาก เทคนิคการทำนายที่หลากหลาย ทำให้ใช้เวลาหาแบบแผนที่ซ้ำกัน การตีความทางจิตวิทยาที่คลุมเคลือ ศาสตร์ไม่ support เทคนิคการตอบคำถาม Yes/No

🌍

ศาสตร์ตะวันตกใช้แพร่หลายทั่วโลก

ถึงแม้ว่าศาสตร์ตะวันตกได้รับความนิยมไปยังหลายส่วนของโลก แต่ส่วนใหญ่ ศาสตร์ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของฤดูกาลตามส่วนเหนือของโลก ผู้คนที่อยู่ส่วนใต้เส้นศูนย์สูตรของโลก เช่น ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ มักจะรู้สึกไม่สอดคล้องกับการตีความตามฤดูกาลทางเหนือมากนัก

🔄

ศาสตร์ตะวันตกผสมหลักการใช้เหมือนศาสตร์พระเวท

ถึงแม้การผสม 2 ศาสตร์สามารถทำได้ ถ้าจะทำให้การตีความกระจ่างขึ้น แต่ควรรู้ก่อนว่าหลักการใดที่ผสมได้ หรือไม่ได้ ดังนี้

ผสมไม่ได้
  • ระบบคำนวณการตั้งดวง ศาสตร์ตะวันตกมักให้ลัคนาอยู่อีกราศีหนึ่ง เช่น เมษ แต่ศาสตร์พระเวทลัคนาจะถอยร่นที่ราศีมีน เป็นต้น
  • การตีความดาวเจ้าเรือน เมื่อตั้งดวงต่างระบบราศี ดาวเจ้าเรือนจะไม่เหมือนกัน เช่น เมื่อลัคนาอยู่ราศีเมษในศาสตร์ตะวันตก ควรดูการตีความของดาวอังคารเจ้าเรือน 1 เมื่อลัคนาอยู่ราศีมีนในศาสตร์พระเวท ควรดูการตีความของดาวพฤหัสเจ้าเรือน 1 เป็นต้น
  • ดาวเด่นประจำตัว ทั้งสองศาสตร์มีหลักการหาดาวเด่นต่างกัน
>> BACK