
ในฐานะผู้สอนโหราศาสตร์ มักได้ยินคนพูดประโยคนี้บ่อย หลายคนที่บอกว่าไม่เชื่อ จริง ๆ แล้วอาจแค่เคยเจอการทำนายผิวเผิน เช่น ดวงอาทิตย์ในราศีนั้นแล้วสรุปทั้งชีวิตหรือโทษดาวนั่นนี่เวลาอะไรพัง ซึ่งนั่นไม่ใช่โหราศาสตร์เชิงลึก แต่คือ pop astrology
สิ่งที่สังเกตเห็นเสมอคือ การไม่เชื่อ ไม่ได้มาจากเหตุผล แต่มาจากการไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง และจุดเปลี่ยนมักเกิดขึ้นตอนที่ผู้นั้นเข้าใจวัฏจักรชีวิตที่ตัวเองกำลังเผชิญ และโหราศาสตร์หยุดทำนายเหตุการณ์ แล้วเริ่มอธิบายความหมายแทน
ไม่เชื่อ vs. ไม่สนใจ
ไม่เชื่อ กับ ไม่สนใจ ดูคล้ายกันภายนอก แต่ในระดับจิตวิทยาและสมอง ทั้งสองแตกต่างกันคนละกระบวนการ
คนไม่เชื่อ มีพลังงาน มีจุดยืน มีการประเมินแล้วปฏิเสธ และ สนใจพอที่จะเอาเวลามาตัดสิน มักเกิดจาก การปกป้องอัตลักษณ์ ความกลัวเสียความควบคุม ประสบการณ์เชิงลบ การยึดมั่นในกรอบเหตุผลแบบใดแบบหนึ่ง คนที่ไม่เชื่อ จะอยู่ใกล้การเปลี่ยนแปลงมากกว่า เพราะอย่างน้อยเขากำลัง engage
คนไม่สนใจ ไม่มีแรงต้าน ไม่มีแรงสนับสนุน แค่ไม่ให้ความสำคัญ มักเกิดจาก ผู้นั้นยังไม่เห็นบทเกี่ยวข้องต่อชีวิต ยังไม่เห็นคุณค่าเชิงประโยชน์ และไม่มี emotional trigger
กระบวนการไม่เชื่อ -> เชื่อ ในโหราศาสตร์
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า คนไม่ได้ไม่เชื่อโหราศาสตร์ แต่คนเพียงต้องการปกป้องตัวตนของเขาเอง ซึ่งการไม่เชื่อ คือกลไกป้องกัน (psychological defense) ไม่ใช่ข้อสรุปทางเหตุผล โดยกระบวนการเปลี่ยนผ่านมีหลายชั้นมาก และไม่ได้เกิดแล้วเห็นผลทันที ต้องใช้เวลา
ความหมายของแต่ละระยะ
Reverse Psychology กับคนดื้อดวง
ในช่วงที่ผ่านมา เจ้าของเพจได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักโหราศาสตร์หลายท่าน ซึ่งเอ่ยประเด็นคล้าย ๆ กันว่ามักเจอลูกดวงที่เป็นคน “ดื้อดวง” คือมีแนวโน้มทำตามนิสัยเดิมของตัวเองซ้ำ ๆ แม้จะมีคนเตือนหรือรู้ว่าควรเปลี่ยน แต่ก็ “ยิ่งห้าม ยิ่งทำ” เพราะไม่ชอบถูกควบคุม
หนึ่งในเทคนิคที่จะจัดการคนดื้อดวงได้ไม่มากก็น้อย คือ Reverse Psychology หรือการใช้คำพูดและท่าทีที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ต้องการ เพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายอยากพิสูจน์ตัวเอง และทำในสิ่งที่ควร เช่น แทนที่จะบอกว่า “ใจร้อนนะ ใจเย็นลงหน่อย” ซึ่งมักไม่ได้ผลกับคนดื้อดวง อาจพูดว่า “คงไม่มีทางควบคุมอารมณ์ได้หรอก ถ้ายังเป็นแบบนี้” ซึ่งจะกระตุ้นให้อีกฝ่ายพยายามใจเย็นลงเพื่อพิสูจน์ว่าทำได้
Reverse Psychology - ตัวอย่างการใช้สำหรับลัคนาแต่ละราศี
Reverse Psychology - มีประสิทธิภาพหรือไม่
การใช้ reverse psychology ได้ผลในระดับปานกลางถึงสูง ขึ้นอยู่กับนิสัยของคนและสถานการณ์เป็นหลัก โดยมักได้ผลดีกับคนที่ดื้อ ไม่ชอบถูกสั่ง หรือชอบพิสูจน์ตัวเอง เพราะเมื่อถูกท้าทายหรือประเมินต่ำลง ผู้นั้นจะพยายามทำตรงข้ามเพื่อแสดงว่าตัวเองทำได้
อย่างไรก็ตาม เทคนิคนี้จะได้ผลน้อยกับคนที่เชื่อฟังง่ายหรือไม่สนใจความคิดเห็นของผู้อื่น และอาจให้ผลลบหากใช้แรงเกินไปหรือใช้บ่อยจนอีกฝ่ายรู้สึกถูกควบคุมหรือดูถูก ดังนั้นการใช้ Reverse Psychology ควรต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับคนและจังหวะ เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจโดยไม่ทำลายความสัมพันธ์