Astrology Branch
Classification

จัดอันดับโหราศาสตร์ทุกแขนง

การจัดประเภทและการจัดลำดับสาขาโหราศาสตร์ มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากโหราศาสตร์เป็นศาสตร์ที่มีความหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม วิธีการ และแนวคิด ซึ่งแพร่หลายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หากไม่ทำการจัดระเบียบ จะยากต่อการศึกษา เปรียบเทียบ และเข้าใจระบบต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม การจัดประเภทช่วยให้เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่างแขนง เช่น แขนงใดเน้นการตีความตำแหน่งดาวบนท้องฟ้า แขนงใดเน้นการวิเคราะห์วงจรเวลา หรือแขนงใดเน้นการปฏิบัติและการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน

การจัดลำดับหรือการวางระบบความนิยม ยังช่วยให้เห็นว่า แขนงใดเป็นที่รู้จักและนำไปใช้มากที่สุด และแขนงใดยังคงเป็น niche หรือเฉพาะกลุ่ม การจัดอันดับนี้มีประโยชน์ต่อการศึกษาเชิงเปรียบเทียบ การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ การออกแบบแผนภาพหรือกราฟิกที่ชัดเจน รวมถึงการให้คำแนะนำหรือเลือกระบบโหราศาสตร์สำหรับผู้สนใจรายใหม่

Classification

การจัดกลุ่มโหราศาสตร์ทำได้โดยพิจารณาว่าแขนงหรือเทคนิคนั้น เน้นเรื่องดวงดาว และโครงสร้างจักรวาล หรือ เน้นเรื่อง เวลา วัฎจักร และรอบเดือน/รอบปี พร้อมดูว่ามีลักษณะเชิงลึกเฉพาะกลุ่ม (abstract) หรือ ใช้จริงและเป็นที่นิยม (practicality)

เมื่อรู้ลักษณะเหล่านี้แล้ว เราจึงสามารถวางแต่ละแขนงไว้ในตาราง 4 ช่อง เพื่อเห็นภาพรวมได้ชัดเจน ช่องแต่ละช่องจะแสดงว่าระบบนั้นเป็นแบบไหนและมีการใช้งานมากน้อยเพียงใด

แล้วในแต่ละช่องก็จะเห็นว่าแขนงต่าง ๆ อาจใช้ sky or time based มากน้อยแตกต่างกันไป และการนำไปใช้งานได้จริงต่างกัน

วิธีนี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างและความสัมพันธ์ระหว่างแขนงต่าง ๆ ได้ง่าย ทั้งในเชิงศึกษา การสอน หรือทำกราฟิกประกอบข้อมูล

Sky-Based and Time-Based

ℹ️ Desktop View Recommended

SKY
TIME
ABSTRACT
PRACTICAL
🔵 SKY · ABSTRACT
🟡 TIME · ABSTRACT
🟢 SKY · PRACTICAL
🔴 TIME · PRACTICAL
Sky · Abstract
Time · Abstract
Sky · Practical
Time · Practical
✦ X-axis: Sky (left) → Time (right)  |  Y-axis: Abstract (top) → Practical (bottom)
✦ Each dot has its own dedicated cell with random position → no clustering, perfect distribution
Sky-Based
กลุ่ม Sky-based คือแขนงหรือเทคนิคที่เน้นศึกษาตำแหน่งดาว ดาวเคราะห์ และโครงสร้างจักรวาลเป็นหลัก ครอบคลุมตั้งแต่แขนงที่เน้นความลึกซึ้งเชิงปรัชญาและจิตวิญญาณ ไปจนถึงแขนงที่เน้นการพยากรณ์และวิเคราะห์เหตุการณ์จริง ทำให้เป็นกลุ่มที่เชื่อมโยงความเข้าใจจักรวาลกับชีวิตและจิตใจของมนุษย์ ทั้งในมิติสัญลักษณ์และการประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน
Time-Based
กลุ่ม Time-based เน้นความหมายและพลังของเวลาเป็นหลัก โดยศึกษาวงจร เวลาเกิดของเหตุการณ์ การเวียนว่ายตายเกิดของมนุษย์และสรรพสิ่ง ครอบคลุมทั้งแนวทางเชิงสัญลักษณ์และปรัชญา ไปจนถึงการพยากรณ์และประยุกต์ใช้จริง ทำให้ Time-based astrology เชื่อมโยงการเข้าใจจักรวาลกับชีวิตประจำวัน ผ่านมิติของเวลา วัฎจักรธรรมชาติ และจังหวะสำคัญในชีวิต

การจัดกลุ่มนี้เป็นเพียงการช่วยให้เห็นภาพรวมของระบบต่าง ๆ โดยแขนงบางส่วนอาจอยู่ได้มากกว่าหนึ่งกลุ่ม ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานและมุมมองของผู้ศึกษา

Classification
Sky-Based Abstract
เป็นกลุ่มที่เน้นโครงสร้างจักรวาลและความหมายเชิงลึก ซึ่งมักใช้เพื่อศึกษาเรื่องวิญญาณ จิตวิทยา หรือการตีความเชิงสัญลักษณ์มากกว่าการพยากรณ์เชิงปฏิบัติ ดีกรีการใช้มากน้อยต่างกันในกลุ่ม
ตัวอย่างแขนง : Esoteric, Evolutionary, Draconic, Uranian, Harmonic, Cosmobiology, Kabbalistic, Soul-centered, Archetypal, Theosophical, Magi, Esoteric Karmic, Astropsychology, Mythology, Fixed Stars, Mythic Astrology
Sky-Based Practicability
เป็นกลุ่มที่ใช้ดาราศาสตร์เพื่อการพยากรณ์และการวิเคราะห์ชีวิต ซึ่งเน้นการอ่านดวงชะตา การเลือกวันเวลา การพยากรณ์เหตุการณ์ หรือการปรับชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างแขนง : Western/Tropical, Vedic/Sidereal, Hellenistic, Huber Method, Psychological, Natal, Electional, Horary, Mundane, Medical, Financial, Astrocartography, Primary Directions, Solar Arc Directions, Medieval, Arabian, Locational
Time-Based Abstract
เป็นกลุ่มที่เน้นใช้วัฎจักรเวลา และวงจรสัญลักษณ์ ซึ่งมักใช้เพื่อศึกษาวงจรของจักรวาล วัฒนธรรม และความเชื่อในอดีต ส่วนการนำมาใช้จริงในชีวิตประจำวันอาจต้องอาศัยเทคนิคอื่นเข้ามาช่วยด้วย
ตัวอย่างแขนง : Mayan, Aztec, Chinese Zodiac, Tibetan, Nine Star Ki, Dreamspell, Galactic, Sacred Calendars, Incan, Babylonian, Egyptian Decanic, Tonalpohualli, Native American symbolic, Polynesian, Shamanic, Celtic Tree, Sumerian
Time-Based Practicability
เป็นกลุ่มที่ใช้วัฎจักรเวลาเพื่อการพยากรณ์หรือการตัดสินใจ ซึ่งเหมาะสำหรับการวางแผนชีวิต การเลือกวันสำคัญ และการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างแขนง : BaZi, ZiWei, Qimen Dunjia, DaLiu, Onmyodo, Ifá, Sikidy, Geomancy, Feng Shui, I Ching, Thai Mahabote, Burmese Mahabote, Native American practical, Calendrical Prediction, Almanac-based Astrology
ทำไม Human Design ไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม

แม้ Human Design จะใช้เวลาเกิดเป็นข้อมูลเริ่มต้นเหมือนโหราศาสตร์ แต่แก่นของระบบเน้นการเข้าใจตนเองและศักยภาพส่วนบุคคลผ่านการผสมผสานแนวคิดจาก I Ching, Kabbalah, Chakra และจิตวิทยาสมัยใหม่ จึงแตกต่างจากโหราศาสตร์หลัก ที่มุ่งตีความตำแหน่งดาว ดาวเคราะห์ และวงจรจักรวาลเพื่อพยากรณ์หรือวิเคราะห์ชีวิต ทำให้ Human Design ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือพัฒนาตัวตน หรือ self-help มากกว่าโหราศาสตร์แบบ Sky-based หรือ Time-based โดยปัจจุบันนักโหราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญยังไม่รับรองว่าเป็นส่วนหนึ่งของโหราศาสตร์เพราะขาดหลักการดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์เชิงลึก

Pop -Mainstream - Real Astrology

บางทีที่เรารู้สึกว่าดูดวงแล้ว “งง” ไม่ใช่เพราะมันไม่แม่น แต่เพราะเราเอา pop, mainstream, และ real astrology มาปนกันโดยไม่รู้ตัว สายป๊อปคืออ่านเอาฟีล สนุก เข้าใจง่าย สายกระแสหลักคือเริ่มมีโครงสร้าง ดูทั้งดวงมากขึ้น ส่วนสายลึกคือการวิเคราะห์จริงจัง มีระบบและจังหวะเวลา พอเราเอาทั้งหมดมาเทียบกันตรง ๆ มันก็เลยดูขัดกัน ทั้งที่จริงแต่ละแบบก็มีหน้าที่ของมันเอง เหมือนผลไม้คนละชนิดที่รสชาติไม่เหมือนกัน เลือกให้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ แล้วจะเลิกสับสนเอง

Comparison
Pop Astrology
โหราศาสตร์สายป๊อบ
โหราศาสตร์แบบง่าย ๆ เน้นความบันเทิง เนื้อหากว้าง ๆ ใช้ได้กับหลายคน เข้าใจง่าย ดูเพลิน ใช้แค่ราศีเกิด (Sun Sign) เป็นหลัก ตัวอย่างเช่น "3 ราศีดวงดีเรื่องเงินสัปดาห์นี้"
ความลึก⭐️
ความแม่นน้อย
สไตล์สนุก เข้าใจง่าย
จุดประสงค์เพื่อความบันเทิง
Mainstream
โหราศาสตร์ตามกระแส
โหราศาสตร์ที่คนทั่วไปใช้กันอย่างแพร่หลาย มีโครงสร้างชัดเจน เช่น Western astrology ดูดวงกำเนิด (Birth chart) ทั้งดวง ละเอียดกว่าป๊อป ยังเข้าใจได้สำหรับคนทั่วไป ใช้ดูดวง ความรัก การงาน แนวโน้มชีวิต
ความลึก⭐️⭐️⭐️
ความแม่นปานกลาง
สไตล์ความรู้ทั่วไป + บันเทิง
จุดประสงค์แนะนำแนวทางชีวิต
Real Astrology
โหราศาสตร์เชิงลึก
คำว่า "real" คนใช้เรียกโหราศาสตร์ที่ลึกและเป็นระบบมากขึ้น เช่น Hellenistic & Vedic ใช้เทคนิคขั้นสูง วิเคราะห์ทั้งดวงแบบมีหลักการจริงจัง ต้องเรียนและฝึก ไม่ใช่อ่านผ่าน ๆ ซับซ้อนมาก วิเคราะห์ลึกถึงโครงสร้างชีวิต อาจมีการทำนายที่เฉพาะเจาะจง
ความลึก⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️
ความแม่นสูง
สไตล์จริงจัง ลึกซึ้ง
จุดประสงค์วิเคราะห์ พยากรณ์
Examples
Pop Astrology
ตัวอย่าง
Scorpio Sun Sign : “ชาวพิจิกช่วงนี้มีเสน่ห์แรง คนเข้าหาเยอะ แต่ระวังอารมณ์ขึ้นลงง่าย อาจมีดราม่าในความรัก 💔”
พูดกว้าง ๆ ใช้ได้กับคนพิจิกส่วนใหญ่
เน้นคำที่ตรงใจ และดูเชื่อมโยง
ไม่ดูรายละเอียดอื่นต่อมากนัก
Mainstream
ตัวอย่าง
Scorpio Sun Sign : “ถ้าเจ้าชะตามี ☀️ พิจิก + 🌙 อยู่ในราศีธาตุลม (เช่น เมถุน/ตุลย์) ช่วงนี้จะรู้สึกขัดแย้งในตัวเองระหว่างความลึก กับ ความอยากเป็นอิสระ ประกอบกับดาวศุกร์ กำลังมีผลต่อเรื่องความรัก ทำให้มีโอกาสเจอคนใหม่ หรือความสัมพันธ์พัฒนาเร็วขึ้น”
เริ่มดูหลายองค์ประกอบ (Sun + Moon + ดาว)
มีเหตุผลมากขึ้น
ยังเป็นภาพรวม ไม่เฉพาะตัว 100%
Real Astrology
ตัวอย่าง
Scorpio Sun Sign : “ในดวงนี้ ดาวอังคาร (ผู้ปกครองราศีพิจิก) ไปอยู่เรือนที่ 7 บ่งบอกว่าชีวิตถูกขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์แบบเข้มข้น ช่วงนี้มี transit ของดาวเสาร์มากระทบ ทำให้เจ้าชะตากำลังถูกทดสอบเรื่องความสัมพันธ์ อาจต้องตัดสินใจจริงจัง เช่น จะไปต่อหรือพอแค่นี้ นี่เป็นช่วงเปลี่ยนโครงสร้างความรักระยะยาว ไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ชั่วคราว”
ใช้ดาวประจำตัว + เรือน + จังหวะเวลา (transit)
วิเคราะห์เป็นระบบ
โฟกัสเหตุการณ์ บทเรียนชีวิต มากกว่าแค่นิสัย
Confession of Customer

คนเรามักจะไปดูดวงกับหมอดูมากกว่าหนึ่งคน

แล้วเอาคำทำนายทั้งหมดมา “เทียบกัน” เพื่อหาว่าใครแม่นที่สุด หรือคำทำนายไหนควรเชื่อที่สุด แต่ความจริงแล้ววิธีคิดแบบนี้อาจทำให้เราสับสนมากกว่าได้คำตอบ เพราะเราไม่ได้แยกให้ออกก่อนว่าหมอดูแต่ละคนนั้นใช้แนวทางแบบไหน บางคนอาจเป็นสายป๊อปที่เน้นคำทำนายกว้าง ๆ ฟังง่ายและเข้าถึงอารมณ์ บางคนอาจอยู่ในกระแสหลักที่ใช้พื้นดวงและดาวเคราะห์มาประกอบกันอย่างเป็นระบบ ขณะที่บางคนอาจเป็นสายลึกที่ใช้เทคนิคจริงจัง วิเคราะห์โครงสร้างชีวิตและจังหวะเวลาอย่างละเอียด

เมื่อเราเอาคำทำนายจากคนที่ใช้ “คนละระดับและคนละระบบ” มาเปรียบเทียบกันโดยตรง ก็เหมือนเอาองุ่นที่หวาน กินง่าย พกสะดวก ไปเทียบกับทุเรียนที่กลิ่นแรง เนื้อแน่น และมีความซับซ้อนในรสชาติ แล้วถามว่าอะไร “ดีกว่า” หรือ “อร่อยกว่า” คำตอบจะไม่มีทางตายตัว เพราะมันถูกสร้างมาให้ตอบโจทย์คนละแบบ

ปัญหาจึงไม่ใช่ว่าหมอดูคนไหนแม่นกว่าเสมอไป แต่อยู่ที่เรากำลังเอาของคนละประเภทมาแข่งกันโดยไม่รู้ตัว ถ้าเราเริ่มแยกให้ออกว่าอะไรคือผลไม้แบบกินง่าย อะไรคือผลไม้ที่ต้องใช้เวลาคุ้นลิ้น เราจะเลิกสับสน และเลือกทานให้เหมาะกับสิ่งที่เราต้องการได้มากขึ้น

โหราศาสตร์ที่ลึกลับที่สุดในโลก

ℹ️ ชี้แจงเพจ

เพจนี้ ไม่ศึกษาโหราศาสตร์หรือเวทมนตร์เหล่านี้ ทำโพสต์นี้เพื่อความรู้เชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเท่านั้น

⚠️ คำเตือน

เนื้อหาบางส่วนถือว่า ลึกลับและอันตราย หากนำไปใช้โดยไม่เข้าใจระบบหรือความหมายเชิงลึก อาจเกิดผลลัพธ์ไม่คาดคิด — โปรดศึกษาเป็นความรู้เท่านั้น

Examples
Voynich Manuscript
หนังสือประกอบภาพลึกลับที่สุดเล่มหนึ่งในโลก เต็มไปด้วยแผนภาพวงกลมคล้ายจักรวาลและจักรราศี แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครอ่านออก หรือรู้ว่าเขียนอะไร
พบครั้งแรกตอนต้นค.ศ 15–16 ข้อความยังไม่สามารถถอดรหัสได้ แม้ใช้ AI, การวิเคราะห์สถิติ หรือภาษาศาสตร์ก็ตาม บางคนสงสัยว่าอาจเป็นงานศิลปะลึกลับ ของปลอม เพื่อสอนหรือต้มตุ๋น
Sigillum Dei Aemeth
เป็นตราเรขาคณิตซับซ้อนใช้สื่อสารกับเทวดา ซึ่งรวมโหราศาสตร์ ตัวเลข และเวทมนตร์ คิดค้นโดย John Dee นักโหราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ประจำราชสำนัก Queen Elizabeth I เรียกอีกชื่อว่า Seal of God วงด้านนอกมีชื่อพระเจ้าและเทวดา ตรงกลางมีรูปดาวและรูปเรขาคณิต ที่เชื่อมกับพลังดาวเคราะห์และองค์ประกอบต่าง ๆ
หมายเลขเช่น 7, 5, 72 ก็มีความสำคัญตามหลักคาบาลา และเวทมนตร์ยุคกลาง (Enochian Magic) อันตรายมากหากใช้ไม่เป็น
Burmese Manuscript
ต้นฉบับโหราศาสตร์และเวทมนตร์พม่า เป็นสมุดพับแบบโบราณ วาดมือทั้งหมด มีทั้งผังดวงยันต์ และภาพพิธีกรรม หายากมาก แทบไม่มีเผยแพร่ทั่วไป ประกอบด้วยผังดวง ยันต์ เครื่องราง และภาพพิธีกรรม
ใช้ทั้งในการทำนายดวงชะตา ป้องกันภัย และประกอบพิธีทางเวทมนตร์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 และหายากมาก เพราะแทบไม่มีเผยแพร่ในรูปแบบออนไลน์
Trinisinghe Manuscript
ตรีนิสิงเห หรือราชสีห์ 3 ตัว เป็นตำราโหราศาสตร์ไสยศาสตร์ไทย ผสมผสาน ตัวเลข ยันต์ และผังดวงแบบดั้งเดิม มีต้นฉบับจริงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ชุด
ตารางยันต์ตรีนิสิงเห ถูกสร้างขึ้นจากการสังเกตรูปแบบดวงดาวและลัคนา โดยอิงการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ตามเส้นสุริยวิถี ในด้านไสยศาสตร์ใช้สำหรับลงอักขระยันต์ ตัวเลข คาถาอาคม และสร้างเครื่องรางของขลัง
Picatrix Talismans
หนังสือเวทมนตร์โหราศาสตร์ บอกวิธีสร้างเครื่องรางดาวเคราะห์ บนพื้นฐานความเชื่อว่าสามารถดึงพลังจักรวาลมาใช้ ซึ่งถูกห้ามหรือเก็บซ่อนในหลายยุค
การสร้างเครื่องรางของขลัง มักใช้ตำแหน่งดาวเคราะห์และเวลาที่เหมาะสม เพื่อกำหนดพลังของตัวตน ใช้สัญลักษณ์ ดาว ตัวเลข คาถา เพื่อเป็นความหมายของพลังนั้น โดยเชื่อว่าการสร้างให้ตรงตามเวลาและสัญลักษณ์จะทำให้ Talismans มีพลังส่งผลจริง
Kitab al-Bulhan
Book of Wonders ตำราจากโลกมุสลิม ที่มีวิญญาณจักรราศีและปีศาจ ผสมโหราศาสตร์กับสิ่งลี้ลับ ถือเป็นความรู้ลับ หรือต้องห้ามในสมัยก่อน
เนื่องจากตำรามีเวทมนตร์ คาถา การเรียกวิญญาณและปีศาจ หากผู้ไม่ชำนาญนำไปใช้ อาจเกิดผลลัพธ์ไม่คาดคิด หรือความเข้าใจผิด ประกอบกับในยุคกลาง ความเชื่อเรื่องเวทมนตร์ถือเป็นภัยต่อศีลธรรมและความเชื่อของศาสนา
Hermetic Alchemy
เป็นแผนภาพวงกลม ที่รวมสัญลักษณ์จากจักรราศี ดาวเคราะห์ และธาตุวิชาเคมีโบราณ (Alchemy) แสดงความสัมพันธ์ระหว่างจักรวาลภายนอก และจิตวิญญาณมนุษย์ ถูกซ่อนจากสาธารณะเป็นร้อยปี
ในอดีตถูกสอนเฉพาะผู้ที่ผ่านการฝึกฝนหรือมีความรู้ใน Hermetic เป็นความรู้ลับที่เชื่อว่าหากเผยแพร่โดยไม่ชำนาญ อาจถูกใช้ผิดทาง เลยถูกซ่อนเป็นร้อยปีเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ และเพื่อพลังลึกลับของสัญลักษณ์
Agrippa Occult
Heinrich Cornelius Agrippa (1486–1535) นักปรัชญา, โหราศาสตร์ สร้างความสัมพันธ์เชิงเวทมนตร์ระหว่างดาวเคราะห์ ธาตุ และสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อทำเครื่องราง ยันต์ หรือการทำพิธีเวทมนตร์ ให้ตรงกับพลังของดาว
ในยุคนั้น การทำเวทมนตร์และใช้ Talismans ถูกมองว่าเป็นสิ่งต้องห้ามและผิดกฎหมายศาสนา Agrippa ถูกกล่าวหาว่าเป็นพ่อมด แม้ในปัจจุบันจะเป็นที่ยกย่องในด้านความรู้และปรัชญาก็ตาม
เรียนโหราศาสตร์อย่างไรให้สนุก

การมี platform สำหรับเรียนโหราศาสตร์ที่ดี ไม่ใช่แค่ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เราค่อยๆ สำรวจความหมายโดยไม่ต้องกลัวว่าจะตีความผิด

พอการเรียนถูกออกแบบให้เป็นระเบียบ เชื่อมโยง และเข้าถึงได้ เราจะเลิกมองโหราศาสตร์เป็นเรื่องงมงายหรือซับซ้อนเกินไป แต่เริ่มเห็นว่ามันคืออีกหนึ่งภาษาของการทำความเข้าใจตัวเองอย่างมีเหตุผลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

Advice - ข้อแนะนำ
1
เริ่มจากสิ่งที่มองเห็น
ไม่ต้องอ่านทฤษฎีก่อน ลองสังเกตท้องฟ้า / phase ของพระจันทร์ แล้วค่อยกลับมาอ่าน จะเข้าใจง่ายขึ้นมาก
2
ทำโน้ตให้น่าเปิดอ่าน
ใช้ GoodNotes จัดหน้าให้สวย ใส่สี สัญลักษณ์ของดาวแต่ละดวง สมองจะจำได้ดีขึ้นแบบไม่รู้ตัว
3
เชื่อมดาราศาสตร์ กับโหราศาสตร์
เรียนว่าดาวคืออะไร (วิทย์) แล้วค่อยดูว่าดาวมีความหมายยังไง (โหราศาสตร์) จะได้ไม่ลอย ไม่ต้องท่องจำ และเข้าใจลึกขึ้น
4
มองดาวเป็นตัวละคร
สำหรับสาย mythology การเรียนโหราศาสตร์สามารถสนุกได้โดยไม่ต้องพึ่งวิทย์มาก ลองเริ่มจากการมองดาวเป็น "ตัวละคร" แทนการท่องจำความหมาย
5
เอามาใช้กับตัวเอง
ลองอ่านและโน้ต birth chart ตัวเอง หรือสังเกตอารมณ์ตอนพระจันทร์เปลี่ยน phase การเรียนจะมีความหมายต่อตัวเองทันที
>> BACK